ฉีดวัคซีนโควิดคนละยี่ห้ออันตรายหรือได้ผล?

by Nalinee @20 พ.ค. 64 09:55 ( IP : 171...65 ) | Tags : ข่าวผู้บริโภค
photo  , 1500x1000 pixel , 125,207 bytes.

สรุปข่าววัคซีนทั่วโลก: นักวิจัยกำลังศึกษาว่าการฉีดวัคซีนคนละยี่ห้อกันมีประสิทธิภาพอย่างไรเมื่อเทียบกับการฉีดวัคซีนยี่ห้อเดียวกันทั้งสองเข็มตามปกติ

สเปน: ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ

ผลการวิจัยเบื้องต้นว่าด้วยการผสมวัคซีนต้าน Covid-19 2 ยี่ห้อของสถาบันสุขภาพคาร์ลอสที่ 3 ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลสเปนพบว่า การฉีดวัคซีนของ AstraZeneca เป็นเข็มแรกแล้วตามด้วยวัคซีนของ Pfizer เป็นเข็มที่ 2 มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูง

การวิจัยพบแอนติบอดี (IgG) ในกระแสเลือดของอาสาสมัครที่ได้รับการฉีดวัคซีนของ Pfizer สูงกว่า 30-40 เท่า ของกลุ่มที่ได้รับวัคซีน AstraZeneca เพียงโดสเดียว

ในขณะที่คนที่ได้รับวัคซีน Pfizer มีแอนติบอดีเพิ่มขึ้น 7 เท่า หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าของคนที่ได้รับวัคซีน AstraZeneca เป็นเข็มที่ 2

อาสาสมัครจำนวน 670 คน อายุระหว่าง 18-59 ปีได้รับวัคซีน AstraZeneca เป็นเข็มแรก และอีก 450 คนได้รับวัควีน Pfizer

แม็กดาลีนา แคมพินส์ หนึ่งในคณะวิจัยเผยว่า มีอาสาสมัครเพียง 1.7% ที่มีผลข้างเคียง อาทิ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ และอ่อนเพลีย ซึ่งไม่ใช่อาการรุนแรง

อังกฤษ: ผลข้างเคียงเพิ่ม

อย่างไรก็ดี ผลการทดลองเบื้องต้นในอังกฤษก่อนหน้านี้ที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ Lancet พบว่า อาสาสมัครที่ได้รับวัคซีน AstraZeneca เป็นเข็มแรก ตามด้วยวัคซีน Pfizer เป็นเข็มที่ 2 หรือ Pfizer เข็มแรก ตามด้วย AstraZeneca มีอาการข้างเคียงเล็กน้อยถึงปานกลาง อาทิ เป็นไข้ หนาวสั่น อ่อนเพลีย และปวดศีรษะ มากกว่ากลุ่มที่ได้รับวัคซีนยี่ห้อเดียวกัน แต่เป็นอยู่ระยะสั้นๆ

แมทธิว สเนป หัวหน้านักวิจัยจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดเผยว่า “พวกนี้เป็นอาการที่พบได้ในการฉีดวัคซีนยี่ห้อเดียวกันทั้งสองเข็ม เพียงแต่ว่าอาการเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยกว่าไม่ว่าจะเป็นอาการเล็กน้อยหรืออาการปานกลาง แต่ก็หายไปอย่างรวดเร็ว”

การทดลองของอังกฤษนี้ทำในอาสาสมัคร 830 คน อายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป โดยการสุ่มฉีดวัคซีน AstraZeneca และ Pfizer แบ่งเป็น AstraZeneca ทั้งสองโดส, Pfizer ทั้งสองโดส, AstraZeneca เข็มแรก ตามด้วย Pfizer เข็มที่ 2 และ Pfizer เข็มแรก ตามด้วย AstraZeneca เข็มที่ 2 เข็มแรกและเข็มที่ 2 ห่างกัน 28 วัน

พบว่าคนที่ได้รับวัคซีนต่างยี่ห้อกันมีอาการข้างเคียงมากกว่าหลังได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 โดย 34% ของกลุ่มที่ได้รับวัคซีน AstraZeneca เข็มแรก ตามด้วย Pfizer มีอาการไข้ เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับ AstraZeneca ทั้งสองโดสที่มีอาการไข้ 10%

ขณะที่ 41% ของกลุ่มที่ได้รับวัคซีน Pfizer เข็มแรกตามด้วย AstraZeneca มีอาการไข้ เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับ Pfizer ทั้งสองโดสที่มีอาการไข้ 21%

CDC และ WHO ยังไม่แนะนำ

ขณะนี้ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ (CDC) และองค์การอนามัยโลก (WHO) ยังไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีนต่างยี่ห้อกัน ทว่าเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา CDC ระบุว่าคำแนะนำดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงหากมีข้อมูลและวัคซีนชนิดใหม่

โจนาธาน แวน-แทม หัวหน้าเจ้าหน้าที่การแพทย์อังกฤษ ระบุในแถลงการณ์เมื่อเดือน ก.พ.ว่า การใช้วัคซีนต่างชนิดกันในเข็มแรกและเข็มที่ 2 อาจมีประโยชน์ในแง่ของการจัดสรรวัคซีน

“ด้วยความท้าทายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชากรจำนวนมากเพื่อต่อต้าน Covid-19 และข้อจำกัดด้านวัคซีนที่อาจเกิดขึ้น การมีข้อมูลที่จะสนับสนุนการสร้างภูมิคุ้มกันที่ยืดหยุ่นมากขึ้นจึงเป็นเรื่องดีหากจำเป็นและได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการทางการแพทย์” แวน-แทมกล่าวในขณะนั้น

แวน-แทมกล่าวอีกว่า “เป็นไปได้ที่การนำวัคซีนมาผสมกันอาจสร้างแอนติบอดีที่สูงขึ้นและอยู่ได้นานขึ้น แต่เราไม่มีทางทราบจนกว่าจะมีการประเมินการทดสอบทางคลินิก”

Photo by THOMAS KIENZLE / AFP

ที่มา : https://www.posttoday.com/world/653281?fbclid=IwAR2Mb3Z7MzvUOca1g0hrE6r8Zikpzr0-_Basal717tu0zxygXQL7Tuzu3rs

Relate topics