เครือข่ายผู้บริโภคลุยทวงคืนท่อก๊าซ

by dek...koh @October,08 2012 11.10 ( IP : 113...64 ) | Tags : ข่าวผู้บริโภค , พลังงาน
photo  , 450x300 pixel , 56,698 bytes.

เครือข่ายเพื่อผู้บริโภคลุยทวงคืนท่อก๊าซ ยื่นฟ้อง ครม.-พลังงาน-ปตท.-คลัง ต่อศาลปกครองสูงสุดหลังไม่คืนทรัพย์สิน

เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่หอศิลปะและวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหนคร ถนนพระราม1 มีการเสวนาเรื่อง "รวมพลคนร่วมฟ้อง คดีทวงคืนท่อก๊าซจาก ปตท."และเปิดให้ประชาชนร่วมลงชื่อมอบอำนาจให้ทนายความฟ้องศาลปกครองสูงสุดให้คณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี กระทรวงพลังงาน บริษัท ปตท.และกระทรวงการคลังร่วมกันติดตามท่อก๊าซบนบกและในทะเลคืนกลับมาเป็นของรัฐ

ทั้งนี้เป็นทรัพย์สินที่มีมาก่อน 1 ต.ค. 2544 ทั้งหมด ท่อก๊าซเส้นที่3 ส่วนที่อยู่ในทะเลที่เริ่มดำเนินการปี2550 แต่วางท่อในทะเลก่อนแปรสภาพ ซึ่งมีหนังสือโต้ตอบระหว่างกระทรวงการคลังกับสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินมีมูลค่าประมาณ 47,664 ล้านบาท โดยเครือข่ายจะยื่นฟ้องศาลปกครองสูงสุดในวันที่ 15 ต.ค. เวลา 11.00 น.

นางสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดชัดเจนว่าให้แบ่งทรัพย์สินกลับคืนมาเป็นของรัฐและให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน และคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบทรัพย์สิน โดย ปตท. คืนเงินให้ 1.6 หมื่นล้านบาททั้วๆที่ต้องคืน 5.2 หมื่นล้านบาท จึงยังไม่ครบมูลนิธิและเครือข่ายได้ยื่นฟ้องศาลปกครองสูงสุดเพื่อบังคับคดี แต่ศาลเห็นว่าไม่ใช่ผู้เสียหายเป็นเพียงผู้ร้องเท่านั้น

นางสารีกล่าวว่า จากนั้นเครือข่ายได้ไปยื่นเรื่องที่กระทรวงการคลังและพลังงานเพื่อให้นำทรัพย์สินคืนมา แต่กลับไม่มีหน่วยงานไหนดำเนินการ และต่อมามา ปตท.เอาท่อที่ต้องคืนตามคำพิพากษาไปตีมูลค่าใหม่เพื่อหาประโยชน์จากกานให้เช่า ทำให้ผู้บริโภคต้องเสียค่าใช้ค่าไฟฟ่าแพงขึ้น หลังจากจัดเวทีเสวนาไป10 ครั้ง จึงได้ตัดสินใจเดินหน้าบังคับคดีเพื่อเอาทรัพย์สินกลีบคืนมา

"เงินเหล่านี้ควรนำมาเป็นเงินเพื่อกิจการสาธารณะ เบี้ยบำนาญประชาชน ไม่ควรตกไปเป็นของคนไม่กี่คน"นางสารีกล่าว

ด้าน น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.สรรหา และประธานคณะอนุกรรมาธิการเสริมสร้างธรรมาภิบาล กล่าวว่า แม้ศาลจะบอกว่าการแปรรูป ปตท.ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ก็มีกฎหมายกำกับกิจการด้านพลังงานออกมาบังคับใช้แล้วก่อนศาลตัดสินเพียง 4 วันในเดือนธันวาคม2550 และขณะนั้นมีกระแสการต่อสู้ทางสังคมว่าหากศาลเพิกถอนการแปรรูปเหมือนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตรัฐจะต้องจ่ายเงินสามถึงสี่แสนล้านบาท สังคมเกิดอาการอ่อนไหว  เมื่อเกิดรัฐประหารกฎหมายกำกับกิจการพลังงานที่มีกว่า 100มาตรา ก็ผ่านการพิจารณาในเวลาเพียงสามเดือน หากดป็นช่วงปกติไม่มีทางที่กฎหมายที่มากว่า100 มาตราจะผ่านการพิจารณาได้ภายในเวลา3 เดือน

ทั้งนี้ศาลเห็นว่าการที่รัฐบาลออกพรบ.กำกับกิจการพลังงานสามารถเยียวยาความเสียหายได้ โดยศาลแยกทรัพย์สินก่อนที่จะมีการออกกฎหมายกำกับกิจการพลังงานออกมาประกอบด้วย 1.ทรัพย์สินสาธารณะ 2.สิทธิการใช้ที่ดิน และ3.ปตท.ไม่สามารถใช้อำนาจมหาชนได้อีกต่อไป แต่ ปตท.คืนทรัพย์สินที่อยู่บนบกเท่านั่น แต่ในทะเลกลับไม่คืนให้รัฐ ซึ่งสตง.ตรวจพบว่ามีมูลค่าทางบัญชี 5.2 หมื่นล้านบาท

"เรื่องนี้เป็นการคอรัปชั่นทางนโยบายอย่างมโหฬาร ปล้นกลางแดด ตีทรัพย์สินในราคาถูกแล้วนำไปให้เช่าในราคาที่แพง" น.ส.รสนากล่าว

น.ส.รสนากล่าวจนถึงขณะนี้ไม่มีใครติดคุก เพราะไม่ได้ดำเนินการส่งทรัพย์สินคืน ปตท.อ้างคำว่าศาลรับทราบว่าคืนทรัพย์สินแล้ว แต่ความจริงคืนไม่ครบ และอย่าไปสนใจเรื่องตัวเงิน เพราะเราต้องการท่อก๊าซคืนทั้งระบบ และขณะนี้ทรัพย์สินมีมูลค่า1.2 แสนล้านบาทไปตกอยู่ในมือเอกชนแบบผูกขาดและส่อขัดรัฐธรรมนูญที่รัฐต้องคุ้มครองผู้บริโภค

ด้านนางบุญยืน ศิริธรรม ประธานสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค กล่าวว่า ปตท.ไม่รับผิดชอบต้นทุน เพราะรัฐจ่ายให้ทั้งหมด เมื่อมีความผันแปรก็ปรับเปลี่ยนค่าเอฟทีทำให้ประชาชนจ่ายค่าไฟแพงขึ้น รัฐบอกเราว่ามีพลีงงานน้อยต้องประหยัด แล้วทำไมต้องอนุญาตให้มีการส่งออก อนุญาตให้เอกชนต่างชาติเข้ามาขุดพลังงานแล้วแบ่งส่วนแบ่งให้ประเทศน้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ

ที่มา : โพสต์ทูเดย์  07 ตุลาคม 2555 เวลา 16:59 น.

Relate topics

แสดงความคิดเห็น

กรุณาป้อน Username / Password ที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้กับเว็บไซท์แห่งนี้ หรือ สมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซท์
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง