ไฉนรัฐบาลฉลาดน้อย จะดันทุรังเก็บ 30 บาทไปทำไม?

by khaohom @July,11 2012 09.30 ( IP : 113...18 ) | Tags : ข่าวผู้บริโภค , บัตรทอง , หลักประกัน ,
photo  , 300x298 pixel , 59,477 bytes.

“...อัตราเดียว 30 บาทไม่ใช่คำตอบของการร่วมจ่าย คนรายได้ปีละล้านก็จ่าย 30 บาท เท่าที่รายได้เท่าค่าแรงขั้นต่ำ เช่นนี้ไม่อาจเรียกว่าความเป็นธรรม...”
      นโยบาย 30 รักษาทุกโรค ที่ทำให้คนไทย 99% มีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้านั้นเป็นประวัติศาสตร์หน้าสำคัญของวงการสุขภาพไทยและบทเรียนสำคัญในระดับนานาชาติ เป็นผลงานในความทรงจำของพรรรคไทยรักไทย
      นโยบายสามสิบบาทรักษาทุกโรคได้เริ่มขึ้นในปี 2543 และการเก็บค่าธรรมเนียม 30 บาท ถูกยกเลิกไปในสมัยรัฐบาลที่มาจากรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ซึ่งในมุมหนึ่งเพื่อทำลายสัญลักษณ์ของพรรคไทยรักไทย แต่ก็มีส่วนสำคัญในการทำงานนโยบายหลักประกันสุขภาพนั้นเป็นนโยบายแห่งชาติที่ทุกพรรคการเมืองต้องสนับสนุน แต่แล้วรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กลับมารื้อฟื้นการเก็บค่าธรรมเนียม 30 บาทกลับมาใหม่ ชวนให้วิเคราะห์ดูว่าเก็บแล้วจะได้อะไร
      หากพิจารณาไตร่ตรองเหตุผลอย่างรอบคอบต่อการเก็บค่าธรรมเนียม 30 บาทนั้น ก็มีประโยชน์อย่างน้อย 3 ประการ
      หนึ่ง สามารถเพิ่มเงินรายได้ให้สถานพยาบาลของรัฐปีละ 2,000 ล้านบาท แต่หากมองลึกลงไปเงินจำนวนนี้สำหรับรัฐบาลนั้นหาไม่ยาก เพียงแค่รัฐบาลเพิ่มภาษีเหล้าเบียร์สุราอีกสัก 5% รายได้จากภาษีเหล่านี้ก็มากกว่า 5,000 ล้านบาทแล้ว ไม่เห็นจำเป็นที่จะต้องมาให้โรงพยาบาลต้องมาปวดหัว และทะเลาะกับคนไข้โดยไม่จำเป็น มีภาษีสินค้าฟุ่มเฟือยสินค้าที่ทำลายสุขภาพอีกมากที่รัฐบาลหารายได้เพิ่มได้ นั่นคือเป้าหมาย โดยไม่ต้องมาเอาเงินออกจากกระเป๋าคนจน
      สอง เป็นการร่วมจ่ายเพื่อให้เกิดการมาใช้บริการที่โรงพยาบาลอย่างเป็นเหตุเป็นผลมากขึ้น ข้อนี้มีเหตุผลมากที่สุด แต่ปัจจุบันความแออัดของโรงพยาบาล ที่ทำให้ผู้ป่วยต้องรอนานก็เป็นเครื่องกรองอย่างดีที่หากไม่ป่วยพอประมาณไม่มีใครอยากจะมาโรงพยาบาลมารอสองสามชั่วโมงหรือทั้งวันหรอก คนที่มานั่งรอส่วนใหญ่ก็คนจนทั้งนั้น จนแล้วต้องมานั่งรอนาน ขาดรายได้แล้วยังต้องมาจ่ายสามสิบบาทอีก หากรัฐบาลคิดถึงเรื่องการร่วมจ่ายจริงๆแล้ว หลักของการร่วมจ่ายคือรวยมากจ่ายมาก จนระดับหนึ่งได้รับการยกเว้น อัตราเดียว 30 บาท ไม่ใช่คำตอบของการร่วมจ่าย คนรายได้ปีละล้านก็จ่าย 30 บาท เท่าที่รายได้เท่าค่าแรงขั้นต่ำ เช่นนี้ไม่อาจเรียกว่าความเป็นธรรม
      สาม เป็นการฟื้นฟูความทรงจำของประชาชนต่อนโยบาย 30 รักษาทุกโรคของพรรคไทยรักไทยในอดีต หรือพรรคเพื่อไทยในปัจจุบัน หากนี่คือเหตุผลที่แท้จริง เหตุผลนี้คือเหตุผลที่ยืนอยู่บนความทุกข์ของคนจน คนที่เป็นฐานเสียงสำคัญของรัฐบาล แม้ว่าโดยหลักการคนจน เด็ก ผู้สูงอายุและผู้พิการ จะได้รับการยกเว้นการเก็บ 30 บาทก็ตาม แต่คนจนกี่คนที่ได้รับการยกเว้น อะไรที่เรียกว่าจน คนที่รับค่าแรงวันละ 30 บาทจนไหม ยากลำบากในการตีความ เงินส่วนนี้ควรจะเป็นเงินค่าขนมของลูกของหลาน มากกว่ามาตอบสนองนโยบายเพียงเพื่อจะเอาสัญลักษณ์แห่ง 30 บาทกลับคืนมา
      สรุปจากเหตุผลทั้ง 3 ประการแล้ว ก็ไม่รู้ว่ารัฐบาลจะดันทุรังเก็บ 30 บาทไปอีกทำไม เรื่องดีๆ มีมากมายที่น่าทำ แต่ไม่ทำ เรื่องแค่จะเอาโลโก้ 30 กลับมา แต่ไม่มีผลดีอื่นใดเลยกลับผลักดัน เช่นนี้แล้วรัฐบาลยิ่งลักษณ์จะฉลาดน้อยไปไหม จะกลับมาเก็บสามสิบบาทอีกทำไม คิดสั้นๆ ไปหรือเปล่า นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทยกล้าๆ ตัดสินใจยกเลิกไปเลย ก่อนที่จะสายเกินไป เพราะจะให้รัฐมนตรี วิทยา บุรณศิริ มากลืนน้ำลายตนเองนั้น แม้อยากกลืนก็ทำไม่ได้

ที่มา : คอลัมน์ ได้อย่างไม่เสียอย่าง ASTVผู้จัดการออนไลน์ วันทีึ่ 10 กรกฎาคม 2555

Relate topics

แสดงความคิดเห็น

กรุณาป้อน Username / Password ที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้กับเว็บไซท์แห่งนี้ หรือ สมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซท์
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง