ยุโรปโทษกันเองว่าเป็นต้นตอเชื้ออีโคไล(ข้างท้ายมีข้อมูลวิชาการอุจจาระร่วงเฉียบพลันเขียนถึง EHEC)

by watcher @31 พ.ค. 54 12:02 ( IP : 182...23 ) | Tags : ข่าวด่วน , ยุโรป , เชื้ออีโคไล , EHEC
photo  , 500x345 pixel , 39,967 bytes.

ยุโรปกล่าวโทษกันวุ่นวายว่าเป็นต้นตอเชื้ออีโคไลส่วนสเปนท้าหาหลักฐานมายืนยันให้ได้ว่าเชื้อนี้มาจากสเปน  ชาติยุโรปต่างโทษกันเอง เกี่ยวกับแหล่งที่มาของการระบาดอย่างลึกลับของเชื้อแบคทีเรียที่คร่าชีวิตประชาชนไปแล้ว 14 คน และพากันล้มป่วยอีกหลายร้อยคนทั่วทวีป ทำให้รัสเซียต้องสั่งห้ามนำเข้าผักสดจากสเปนและเยอรมนี เนื่องจากเกรงว่าจะปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย

ส่วนทางการออสเตรีย ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบตามซูเปอร์มาร์เก็ตเมื่อวันจันทร์ (30พ.ค.)เพื่อความมั่นใจว่า ผักสดต้องสงสัยจากสเปน จะถูกนำออกจากชั้นวางจำหน่ายแล้ว ขณะที่หน่วยเสริมทหาร คาราบิเนรี่ของอิตาลี ได้ออกตรวจหาผักต้องสงสัยที่นำเข้าจากสเปน เนเธอร์แลนด์ และอีกหลายประเทศในยุโรป

ทั้งนี้ โฆษกของสหภาพยุโรป (อียู) ระบุว่า ทางการเยอรมนีระบุว่า แตงกวาที่นำเข้าจากเมืองอัลเมอเรีย และมาลาก้า ของสเปน อาจเป็นต้นตอของแบคีเรีย หรือไม่ก็จากเนเธอร์แลนด์หรือเดนมาร์ค ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เนื่องจากขณะนี้ เยอรมนีได้ชื่อว่ามีการติดเชื้อมากที่สุด และผู้เสียชีวิตทั้ง 14 คน อยู่ในเยอรมนี ทางการระบุว่า มีแตงกวาจากสเปนที่ปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย เอนเทอโรแฮมอร์ราจิค อี โคไล หรือที่รู้จักกันในชื่อ อีเอชอีซี แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า ต้นตอที่แท้จริงมาจากไหน

เจ้าหน้าที่ทางการอียู ที่ไม่เปิดเผยนามเนื่องจากติดกฎข้อบังคับ เปิดเผยว่า เส้นทางการขนส่งนั้นยาวไกล และแตงกวาจากสเปนอาจปนเปื้อนจากจุดใดจุดหนึ่งของเส้นทาง แต่สเปน ได้ปกป้องผลผลิตทางการเกษตรจของตนเองว่า ไม่มีข้อพิสูจน์ว่า แบคทีเรีย อี โคไล มาจากผักของสเปน ดังนั้นจึงไม่อาจโทษว่าอาการเจ็บป่วยเป็นผลมาจากผักนำเข้าจากสเปน

ด้านองค์การอนามัยโลก (ฮู) อธิบายเรื่องการระบาดของแบ็คทีเรียครั้งนี้ว่า มีขนาดใหญ่และรุนแรงมาก พร้อมกับเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ทำงานร่วมกันเพื่อกำจัดรากเหง้าของปัญหา โดยเกือบทุกรายที่ล้มป่วยในประเทศอื่น  ล้วนเกี่ยวข้องกับการเดินทางหรือพักอาศัยในเยอรมนี และยังพบผู้ป่วยที่ติดเชื้อ อีเอชอีซี ในเดนมาร์ค สวีเดน สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์และสวิตเซอร์แลนด์ด้วย

นายอันเดรียส เฮนเซล ประธานสถาบันเพื่อการประเมินความเสี่ยงแห่งสหพันธ์ของเยอรมนี เปิดเผยต่อสถานีโทรทัศน์ซีดีเอฟ ว่า พบแบคทีเรีย อีเอชอีซี ในแตงกวา แต่ไม่ได้หมายความว่า แบคทีเรียนี้จะเป็นต้นตอของการระบาดทั้งหมด

ด้านนายไลเร ปาฆิน รัฐมนตรีสาธารณสุขของสเปน ย้ำว่า ไม่มีรายงานการเจ็บป่วยในสเปน และเรียกร้องให้เยอรมนีเร่งตรวจสอบและหาหลักฐานว่า ต้นตอการระบาดมาจากไหน เพราะข้อกล่าวหาของเยอรมนี ก่อให้เกิดความตื่นตระหนก และส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตในประเทศ โดยปราศจากหลักฐาน

สำนักงานอาหารและสัตวศาสตร์ของเดนมาร์ค ระบุว่า ยังมีความไม่แน่นอนอย่างยิ่ง ในประเด็นที่ว่า แตงกวาของเดนมาร์คอาจปนเปื้อน แต่ได้มีการทดสอบในห้องแลปเพื่อความแน่ใจและจะได้ผลในวันนี้

ส่วนเนเธอร์แลนด์ ซึ่งส่งออกแตงกวามากกว่าครึ่งหนึ่งของผลผลิตจำนวน 1,600 ล้านลูก ไปยังเยอรมนีในแต่ละปี กำลังเกิดความตื่นตระหนกในหมู่เกษตรกร เนื่องจากเกรงว่าสินค้าจะเสียหาย เพราะแตงกวาที่เตรียมขนส่งทั้งหมดถูกยับยั้ง ขณะที่สมาคมเกษตรกรรมแห่งชาติ ได้ประชุมหารือหาแนวทางแก้ปัญหา ส่วนเกษตกรผู้ปลูกแตงกวา ได้เชิญสถาบันอิสระของเยอรมนีเข้าไปตรวจสอบ ด้วยความหวังว่า จะได้ผลออกมาว่า แตงกวาทั้งหมดปลอดภัย

รัสเซีย ได้สั่งห้ามนำเข้าแตงกวา มะเขือเทศ และผักสลัดสด จากสเปนและเยอรมนี ภายใต้มาตรการปลอดภัยไว้ก่อน และอาจห้ามนำเข้าผักสดจากประเทศสมาชิกอียู เนื่องจากไม่มีข้อมูลยืนยันว่า ต้นตอของการระบาดมาจากไหน

ส่วนทางการออสเตรีย ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบตามซูเปอร์มาร์เก็ต 33 แห่ง ที่ขายผักปลอดสารพิษ เพื่อความมั่นใจว่า ผักต้องสงสัยจากสเปนไม่ได้ถูกนำออกวางจำหน่ายแล้ว อันเป็นการเคลื่อนไหวหลังจากมีการเรียกคืนและห้ามจำหน่ายแตงกวา มะเขือเทศ และมะเขือม่วง ที่นำเข้าจากสเปน ซึ่งบริษัทในเยอรมนีรับซื้อไปจำหน่ายต่อตามซูเปอร์มาร์เก็ตในออสเตรีย

ด้านอิตาลี ได้เรียกร้องให้พลเมืองสนับสนุนสินค้าเกษตรในประเทศ และหลีกเลี่ยงสินค้านำเข้า ซึ่งปัจจุบัน ซูเปอร์มาร์เก็ตในอิตาลี ยังเต็มไปด้วยลูกพีช แอ๊ปปริคอต  เชอร์รี่ และพลัม จากสเปน และเมื่อปีที่แล้ว อิตาลีนำเข้าแตงกวาและผักดองจากสเปน เป็นจำนวนมากถึง 8 ล้านตัน

ทางการโปแลนด์ ระบุว่า มีผู้หญิงคนหนึ่งถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังกลับจากเมืองฮัมบวร์กของเยอรมนี ที่พบผู้ป่วยโรคติดเชื้อในลำไส้เป็นจำนวนอย่างน้อย 467 คน

ขณะที่เมื่อวันอาทิตย์ ที่ผ่านมา โฆษกของอียู ระบุว่า สวนผักเรือนกระจกของสเปน 2 แห่ง  ถูกระบุว่า เป็นต้นตอของแตงกวาปนเปื้อน และมีการนำน้ำและดินมาวิเคราะห์ เพื่อตรวจสอบว่า เป็นต้นตอของปัญหาด้วยหรือไม่และคาดว่าจะได้ผลในวันนี้หรือไม่ก็พรุ่งนี้

1..ที่มา...กรุงเทพธุรกิจ
2..ข้อมูลวิชาการอุจจาระร่วงเฉียบพลัน เขียนถึง EHEC

Relate topics