ข่าวผู้บริโภค

ข่าวผู้บริโภค

1658 items(1/166) 2 3 4 5 Next » Last »|

ระดมกำลังจี้กรมทรัพย์สินฯ ถอนสิทธิบัตร “กัญชา” ถ้าไม่ทำ! ขอ คสช.ออกม.44 ชี้ขาด

โดย Nalinee on November,12 2018 09.43

ระดมกำลังจี้กรมทรัพย์สินฯ ถอนสิทธิบัตร “กัญชา” ถ้าไม่ทำ! ขอ คสช.ออกม.44 ชี้ขาด หลังจากนักวิชาการที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนเรื่องกัญชาเพื่อใช้ทางการแพทย์ ทั้งอาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) ออกมาท้วงติงกรมทรัพย์สินทางปัญญา เนื่องจากในขณะที่ภาครัฐกำลังผลักดันการปลดล็อกกัญชาให้ใช้ทางการแพทย์ได้ แต่กลับไปรับยื่นขอการจดสิทธิบัตรของต่างชาติเกี่ยวกับสารในกัญชา พร้อมทั้งจี้ให้กรมทรัพย์สินทางปัญญารับผิดชอบเรื่องนี้

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกรรมการพิจารณากัญชาเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ กล่าวว่า หลังจากมีการเปิดเผยข้อมูลนี้กับสื่อมวลชนไปนั้น ล่าสุดตนได้โพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับสิ่งที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้กระทำอีก เพราะตนต้องการให้สาธารณะรับทราบ และไปถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้รับทราบและหาทางออก เนื่องจากเรื่องนี้สำคัญมาก และทางองค์การเภสัชกรรม รวมทั้ง กพย.ไปพบที่กระทรวงพาณิชย์มาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่มีการทำอะไร จนกระทั่งล่วงเลยมา แบบนี้จะกระทบมาก เพราะเมื่อกฎหมายปลดล็อก ก็ทำอะไรไม่ได้ แต่ก็ติดคำร้องยื่นสิทธิบัตรทันที แม้เขาจะยังไม่ได้เลขทะเบียนสิทธิบัตรก็ตาม แต่คำร้องนั้นประกาศโฆษณาไปแล้ว และไม่มีใครคัดค้าน เพราะไม่มีใครรู้เรื่อง แม้ตอนนี้จะมีการทักท้วงก็ไม่แก้ไขอีก แบบนี้ได้รับการคุ้มครองอัตโนมัติ ซึ่งหากกรมทรัพย์สินทางปัญญายังไม่ดำเนินการใดๆ จะยิ่งแย่ เพราะหากนับตั้งแต่กระบวนการผ่านมา 5 เดือนแล้วก็ไม่เห็นทำอะไร “ในวันพรุ่งนี้จะมีการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข ที่กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งผมและนพ.โสภณ เมฆธน กรรมการปฏิรูปฯ จะเสนอเรื่องนี้เป็นวาระด่วน พิจารณาว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง ซึ่งประเด็นนี้ผมได้ส่งเรื่องไปยัง นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รับทราบแล้ว เพราะเรื่องนี้น่าจะต้องให้ระดับรัฐมนตรีฯหารือกันด้วย เพราะที่ผ่านมาเจรจาด้วยวาจากลับไม่ได้ผล ส่วนที่กระทรวงพาณิชย์ตอบกับสื่อว่าจะแถลงวันที่ 12 พฤศจิกายน จริงๆ ไม่ต้องแถลงอะไรมาก แค่รับผิดชอบด้วยแค่การยื่นถอดคำขอสิทธิบัตรได้ หรือไม่นายกฯ อาจใช้มาตรา 44 จัดการเรื่องนี้หากกระทรวงพาณิชย์ไม่ทำอะไรสักที ที่สำคัญต้องหาคนรับผิดชอบเรื่องนี้ด้วย ยิ่งคนที่ไปรับยื่นคำขอ และเข้าสู่กระบวนการทำได้อย่างไร ไม่มีคนรับผิดชอบเลย แบบนี้ทำให้ประเทศไทยเสียประโยชน์ จริงๆ กรมทรัพย์สินทางปัญญาควรปฏิรูปจริงๆ เสียที เพราะปัญหาสิทธิบัตรที่ผ่านมา ไม่ได้มีแค่กัญชา ยาตัวอื่นๆ ก็มี ลองเข้าไปดูจะรู้หมด” ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าว

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวว่า สิ่งที่ตนเองอยากย้ำ คือ คู่มือการตรวจสอบสิทธิบัตรการประดิษฐ์และอนุสิทธิบัตร ฉบับปรับปรุงใหม่ พ.ศ. 2555 กำหนดให้มีการตรวจสอบเบื้องต้นก่อนประกาศโฆษณา ไม่ว่าจะเป็นคำขอผ่านระบบ PCT หรือระบบปกติ การตรวจสอบเบื้องต้นกำหนดให้ตรวจสอบ ม. 17 , ม. 9 ก่อน ซึ่งตามคู่มือหน้า 4 และ 263 ดังนั้น คำขอรับสิทธิบัตรที่ติด ม. 9 ต้องถูกตัดออก โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ต้องรายงานอธิบดีให้ดำเนินการยกคำขอ จากข้อมูลสิทธิบัตรที่ทางองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ตรวจสอบประกาศโฆษณาจากเว็บไซต์ของกรมทรัพย์สินทางปัญญาพบว่ามีคำขอรับสิทธิบัตรเกี่ยวกับสารสกัดจากกัญชา ซึ่งมีข้อถือสิทธิที่ขัดต่อ ม. 9 (1) เนื่องจากซึ่งเป็นสารสกัดจากพืชที่มีอยู่ตามธรรมชาติ นอกจากนี้ ยังมีการขอถือสิทธิรวมไปถึงการใช้บำบัดรักษาโรค ซึ่งขัดต่อ ม. 9(4) ซึ่งคำขอรับสิทธิบัตรเหล่านี้ต้องโดนยกคำขอโดยไม่มีการปล่อยหลุดมาจนถึงขั้นตอนการประกาศโฆษณา ซึ่งเป็นการปฏิบัติงานที่บกพร่อง และจากการที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ให้คำตอบว่ายังไม่มีการออกเลขสิทธิบัตรให้ แต่ในแง่ของกฏหมายนั้นคำขอนี้ได้รับการคุ้มครองนับตั้งแต่วันยื่นคำขอในราชอาณาจักรแล้ว ตาม ม. 36 ทั้งหมดเป็นข้อกังวลของนักวิจัยไทยเป็นอย่างมาก และนอกจากนี้ทางองค์การเภสัชฯ ได้ตรวจสอบพบว่ามีบางคำขอยื่นตรวจสอบการประดิษฐ์แล้ว แต่ก็ยังไม่มีการพิจารณาจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มีการแชร์ข้อมูล รวมทั้งขึ้นเฟซบุ๊กถึงปัญหาการรับยื่นสิทธิบัตร ยกตัวอย่างเช่น 1. เลขที่คำขอ 0501005232 วันยื่นคำขอ 07/11/2548 วันประกาศโฆษณา 15/03/2550 วันยื่นตรวจสอบการประดิษฐ์ 15/01/2551 ขอถือสิทธิ สารผสมทรานส์-(-)-เดลตา9-เตตราไฮโดรแคนนาบินอล หรือทรานส์-(+)-เดลตา9-เตตราไฮโดร แคนนาบินอล ที่สารผสมทรานส์-(-)-เดลตา9-เตตราไฮโดรแคนนาบินอลประกอบด้วยอย่างน้อยประมาณ 98 เปอร์เซนต์ โดยน้ำหนักของทรานส์-(-)-เดลตา9-เตตราไฮโดรแคนนาบินอลยึดตามปริมาณทั้งหมดของ แคนนาบินอยด์ และสารผสมทรานส์-(+)-เดลตา9-เตตราไฮโดรแคนนาบินอลประกอบด้วยอย่างน้อย ประมาณ 98 เปอร์เซนต์ โดยน้ำหนักของทรานส์-(+)-เดลตา9-เตตราไฮโดรแคนนาบินอลยึดตามปริมาณทั้งหมดของ แคนนาบินอยด์ จากคำขอนี้พบว่ายื่นตรวจสอบตั้งแต่ปี 2551 ผ่านมาสิบปี ก็ยังไม่มีการพิจารณาใดๆ ออกมาว่าจะออกเลขสิทธิบัตรให้หรือจะยกคำขอ” ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าว

กรรมการปฏิรูปฯ กล่าวอีกว่า 2. เลขที่คำขอ 0601002456 วันยื่นคำขอ 30/05/2549 วันประกาศโฆษณา 09/11/2550 วันยื่นตรวจสอบการประดิษฐ์ 08/11/2555 ขอถือสิทธิ สารผสมซึ่งประกอบรวมด้วย ทรานส์-(+-)-เดลตา 9-เตตระไฮโดรแคนนาบินอลที่เป็นผลึก และพาหะที่ยอมรับได้ในทางเภสัชกรรม จากคำขอนี้พบว่ายื่นตรวจสอบตั้งแต่ปี 2555 ผ่านมาหกปี ก็ยังไม่มีการพิจารณาใดๆ ออกมาว่าจะออกเลขสิทธิบัตรให้หรือจะยกคำขอ 3. เลขที่คำขอ 0901002471 วันยื่นคำขอ 03/06/2552 วันประกาศโฆษณา 21/06/2556 วันยื่นตรวจสอบการประดิษฐ์ 06/06/2561 ขอถือสิทธิ สารรวมที่เป็นยาสำหรับใช้รักษาโรคมะเร็งประกอบด้วย สารรวมของแคนนาบินอยด์ในปริมาณที่ได้ผลในการทำเคมีบำบัดซึ่งรวมเอาปริมาณยาซึ่งถูกพิจารณาในระดับต่ำกว่าปริมาณที่สารประกอบนั้นจะถูกใช้เพียงชนิดเดียว

“ลักษณะข้างต้นนี้ เท่าที่ผ่านมาอุตสาหกรรมยาสามัญก็ประสบกับปัญหาเช่นเดียวกันนี้ในกรณีคำขอรับสิทธิบัตรที่เราเรียกกันว่า evergreening patent ซึ่งมีหลายคำขอที่มีความคลุมเครือ ไม่มีการออกเลขสิทธิบัตรให้จนกระทั่งครบระยะเวลาการคุ้มครอง 20 ปี สิ่งเหล่านี้มันดูเหมือนว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญาไม่ได้ปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนในประเทศ แต่เป็นการเอื้อประโยชน์ต่างชาติ

ผศ.ภญ.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี ผู้จัดการศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา(กพย.) กล่าวว่า คงต้องรอติดตามว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ จะออกมาชี้แจงและรับผิดชอบเรื่องนี้อย่างไร รวมทั้งจะมีวิธีแก้ไขให้เหมาะสมอย่างไรในวันที่ 12 พฤศจิกายน ซึ่งจริง ๆควรแก้ไขนานแล้ว ไม่ใช่ทิ้งไว้ จนล่วงเลยแบบนี้ ถามว่าถ้ากฎหมายออก แล้วงานวิจัยพัฒนา การผลิตสารสกัดกัญาทางการแพทย์จะทำอย่างไร เสียงบประมาณมากมาย ใครรับผิดชอบ ที่สำคัญต้องจับตาร่างพ.ร.บ.สิทธิบัตรฯ ฉบับที่กำลังจะปรับปรุง เป็นฉบับที่น่ากังวลว่าจะเอื้อต่อบริษัทข้ามชาติหรือไม่ เพราะตอนนี้ภาคประชาสังคมแทบไม่รู้เลยว่า ร่างกฎหมายฉบับบนี้ถึงตรงไหนแล้ว เตรียมเสนอครม.หรือยัง และจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยหรือไม่ อยากให้ทุกคนร่วมติดตามด้วย เพราะขนาดเรื่องกัญชา เป็นข่าวว่ารัฐจะเดินหน้าขนาดนี้ ยังกลับรับยื่นสิทธิบัตรได้ก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรแล้ว

มติชนออนไลน์ ที่มา : https://www.prachachat.net

เร่งออกมาตรการดูแลธุรกรรมการเงินผ่านมือถือ...

โดย khaohom on September,13 2016 11.19

กสทช. ร่วมกับ ธปท. สมาคมธนาคารไทย และ สมาคมโทรคมนาคมฯ ออกมาตรการเร่งด่วน สร้างความเชื่อมั่นลูกค้าธุรกรรมออนไลน์ 15 ล้านเลขหมาย เน้นดูแลพิเศษ

นนี้( 12 ก.ย.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า ได้ประชุมร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)  สมาคมธนาคารไทย และสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์  หารือถึงการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการใช้บริการธุรกรรมทางการเงินผ่านอุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่ และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการใช้บริการของ 2 อุตสาหกรรม  ซึ่งเบื้องต้นจะมีมาตรการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนในช่วง 6 เดือน โดยสมาคมธนาคารไทยจะส่งข้อฐานข้อมูลชื่อลูกค้า หมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ธุรกรรมออนไลน์ เช่น โมบาย แบงก์กิ้ง  และ พร้อม เพย์  ประมาณ 15 ล้านเลขหมาย นำส่งให้สำนักงาน กสทช.เพื่อให้กระจายข้อมูลดังกล่าวไปยังผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อดูแลเป็นกรณีพิเศษ  

นอกจากนี้หากโทรศัพท์มือถือของผู้ใช้บริการหายให้รีบดำเนินการแจ้งไปยังสถาบันการเงินและผู้ให้บริการโทรคมนาคมเพื่อระงับการใช้งานทันที และหากต้องการออกซิมการ์ดมือถือใหม่ต้องไปดำเนินการด้วยตนเองเท่านั้น ไม่สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการได้ รวมทั้งได้รับความยินยอมจากสถาบันการเงินนั้นๆ ด้วย   ส่วนความรับผิดชอบการเบิกถอนเงินหรือธุรกรรมหลังจากโทรศัพท์หาย เมื่อแจ้งระงับบริการแล้วเกิดความเสียหายเมื่อพิสูจน์ได้ว่าความผิดพลาดไม่ได้เกิดจากเจ้าของบัญชีเอง ธนาคารจะเป็นผู้รับผิดขอบความเสียหายทั้งหมด

นายฐากร กล่าวว่า   ขณะนี้สำนักงาน กสทช.อยู่ในระหว่างดำเนินการจัดซื้อทำระบบซอฟต์แวร์ สแกนลายนิ้วมือในการลงทะเบียนซิมการ์ด เพื่อให้เป็นทางเลือกให้กับประชาชนที่ต้องการสร้างความปลอดภัยในการใช้งาน พร้อม เพย์   ซึ่งระบบดังกล่าวนี้สำนักงา นกสทช.ไม่ได้บังคับใดๆ หากประชาชนไม่ต้องการสแกนลายนิ้วมือ ยังสามารถลงทะเบียนซิมการ์ดได้ตามปกติ  ซึ่งคาดว่าระบบสแกนลายนิ้วมือจะเปิดให้บริการได้ในเดือน ม.ค. 60


ด้านนายศุภชัย เจียรวนนท์ นายกสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า    สำหรับการออกซิมการ์ดโทรศัพท์จะต้องมีมาตรการที่เข็มข้นมากขึ้น แม้แต่การย้ายเลขหมายไปยังเครื่องใหม่หรือผู้ให้บริการใหม่ก็ต้องปรับปรุงให้มีความปลอดภัยมากขึ้น  ในขณะที่การออกซิมใหม่สำหรับผู้ลงทะเบียนพร้อม เพย์ นั้นต้องเดินทางไปด้วยตนเองเท่านั้นไม่สามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นทำการแทน ทั้งนี้เพราะต้องได้รับความเห็นชอบจากสถาบันการเงิน...

ที่มา : เดลินิวส์ออนไลน์ จันทร์ที่ 12 กันยายน 2559

สปสช.เปิดลงทะเบียนให้ผู้หมดสิทธิ์ประกันสังคม-สวัสดิการ ขรก.เข้ารักษาในระบบต่อเนื่อง

โดย green consumer on August,09 2011 16.27

สปสช.จัดระบบลงทะเบียนต่อเนื่องทันที ให้กับประชาชนที่หมดสิทธิ์จากประกันสังคมและสวัสดิการข้าราชการ เพื่อไม่ให้เป็นสิทธิ์ว่าง หลังพบมีประชากรสิทธิ์ว่าง 4.8 แสนราย ตั้งเป้าให้ประชาชนได้รับสิทธิ์ต่อเนื่อง และ รพ.สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ ขณะที่การจัดสรรงบรายหัวปี 55 เน้นการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคหลังได้รับจัดสรรงบรายหัว 2,895.60 บาทต่อประชากร
      วันนี้ (8 ส.ค.) ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถ.แจ้งวัฒนะ มีการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องการลงทะเบียนต่อเนื่องเพื่อเพิ่มความครอบคลุมสิทธิประกันสุขภาพ      

ระวัง!! เสริมอาหารผสมยาเสริมสมรรถภาพทางเพศ เตือนประชาชนอย่าซื้อมาบริโภค

โดย Nalinee on May,17 2019 15.12

หลังได้รับแจ้งข้อมูลผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Double Maxx D.B.M. Capsules ซึ่งหน่วยงาน TGA  ของประเทศออสเตรเลีย แจ้งพบการปลอมปนยาซิลเดนาฟิล อย. เร่งตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์ในประเทศ พบยกเลิกเลขสารบบอาหารไปแล้ว เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อซื้อมาบริโภค อาจได้รับอันตรายแนะตรวจสอบเลขที่จดแจ้งผลิตภัณฑ์สุขภาพเบื้องต้น ผ่านช่องทางของ อย. เพื่อความปลอดภัย

ครม.เคาะโรดแมพ เลิกใช้ กล่องโฟม – ถุง/หลอดพลาสติกปี 65

โดย khaohom on April,19 2019 10.47

**      เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2562 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบ ร่างโรดแมพการจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561 – 2573 ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)เสนอ และให้กรมควบคุมมลพิษปรับปรุงร่างแผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะพลาสติกพ.ศ. 2561 – 2573 ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2562      **
        สาระสำคัญของเรื่อง กระทรวงทรัพยากรฯ รายงานว่า เรื่องนี้เดิมนายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการในคราวประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2561 ว่า ให้กระทรวงทรัพยากรฯ กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการลดการใช้วัสดุที่ผลิตขึ้นจากพลาสติก รวมทั้งให้กระทรวงพาณิชย์เป็นหน่วยงานหลักร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณากำหนดมาตรการจูงใจสำหรับบริษัท ห้างร้าน และสถานประกอบการต่าง ๆ เพื่อลดปริมาณการใช้วัสดุที่ผลิตจากพลาสติกอีกทางหนึ่งด้วย              กระทรวงทรัพยากรฯจึงได้จัดทำร่างโรดแมพการจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561 – 2573 ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีดังกล่าว ซึ่งได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติแล้ว เพื่อใช้เป็นกรอบนโยบายการบริหารจัดการขยะพลาสติกในภาพรวมของประเทศ และเป็นกรอบแนวทางการจัดทำแผนปฏิบัติการ
          ด้านการจัดการขยะพลาสติกแบบบูรณาการของหน่วยงาน โดยร่างโรดแมพได้ตั้งเป้าหมายในการลดและเลิกใช้พลาสติก บางประเภทภายในปี พ.ศ. 2562 เช่น พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม ด้วยการใช้วัสดุทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเลิกใช้พลาสติกประเภทถุงพลาสติกหูหิ้ว กล่องโฟมบรรจุอาหาร แก้วพลาสติก (แบบบางใช้ครั้งเดียว) และหลอดพลาสติกภายในปี พ.ศ. 2565 รวมทั้งมีการกำหนดหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินงานตามร่างโรดแมพในทุกภาคส่วน ตลอดจนมีการกำหนดกลไกต่าง ๆ ในการขับเคลื่อน เช่น สร้างความรู้ ความเข้าใจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความร่วมมือการดำเนินงานรณรงค์ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ฯ

ที่มา: http://www.thansettakij.com/content/399463?fbclid=IwAR0zBWSLXTpbLByEbhiV74-kdKx5MOTCdPFPCWwJa9pNe4fG-XipzSgOdNY#.XLbNRTaPRMp.twitter วันที่  17 เมษายน 2562

อย. ร่วม บก.ปคบ. เผยผลการตรวจสอบแหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารผ่านสื่อออนไลน์

โดย Nalinee on April,17 2019 10.11

อย. ร่วมกับ บก.ปคบ. รุดตรวจสอบแหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งมีการจำหน่ายผ่านสื่อออนไลน์ โอ้อวดสรรพคุณเกินจริง ทำให้ผิวขาวกระจ่างใส ลดสิว ลดฝ้า กระ ลดความหมองคล้ำ ทำให้ผิวขาวใสขึ้นมีออร่า อีกทั้ง ได้รับข้อมูลจากเพจสาธารณะว่ามีผู้เสียหายร่วม 300 คน เตรียมร้องเรียนถึงผลกระทบที่เกิดจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารดังกล่าว เบื้องต้นแจ้งข้อหาหลายกระทง พร้อมยึดของกลางเพื่อตรวจสอบมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท

อย. เผยมีผู้แจ้งครอบครองกัญชา 312 ราย โทรสอบถามรวมกว่า 6,000 ราย

โดย Nalinee on March,26 2019 09.43

อย. เผยสัปดาห์นี้ (18-22 มี.ค.62) มีผู้แจ้งครอบครองกัญชาแล้ว 147 ราย และโทรสอบถาม 1,437 ราย รวมตัวเลขตั้งแต่เปิดรับแจ้ง 27 ก.พ.62 ถึงปัจจุบัน มีผู้แจ้งครอบครองกัญชา 312 ราย และมีผู้สอบถามเข้ามาที่ อย. รวม 6,426  ราย ย้ำ! เป็นการรับแจ้งครอบครอง ไม่ใช่การอนุญาตให้ปลูก จำหน่าย หรือโฆษณา

          นพ. ธเรศ  กรัษนัยรวิวงค์  เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา  เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้เปิดบริการให้สอบถามข้อสงสัยเกี่ยวกับกัญชา ภายหลังจากที่ประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวกับการนิรโทษและครอบครองกัญชา จำนวน 3 ฉบับ ได้มีผลบังคับใช้ สำหรับสัปดาห์นี้ (18-22 มี.ค.62) มีผู้สอบถามเข้ามาที่ อย. โดยสอบถามเข้ามายังช่องทางสายด่วน อย. 1556 จำนวน 1,347 ราย หมายเลขโทรศัพท์ของกองควบคุมวัตถุเสพติด อย. 59 ราย และที่ Counter Service 31 ราย คำถามที่พบส่วนใหญ่ยังคงสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับการปลูก รายละเอียดของการนิรโทษ การนำเข้า และ  การส่งออก เป็นต้น มีผู้ป่วยมาแจ้งครอบครองกัญชาจำนวน 146 ราย และผู้ประกอบวิชาชีพ 1 ราย สำหรับตัวเลขสะสมตั้งแต่วันที่เริ่มเปิดรับแจ้ง  27 ก.พ.62 ถึงปัจจุบัน มีผู้โทรสอบถามเรื่องกัญชาเข้ามาที่ อย. จำนวน 6,426 ราย และแจ้งครอบครองกัญชาแล้ว 312 ราย

          อย. ขอเน้นย้ำว่า การรับแจ้งครอบครองกัญชาดังกล่าว เป็นการแจ้งเพื่อใช้ในวัตถุประสงค์ครอบครองกัญชา เพื่อใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์หรือการใช้รักษาโรคเท่านั้น ไม่ใช่การอนุญาตให้ปลูก จำหน่าย หรือดำเนินการอื่นแต่อย่างใด รวมถึงไม่ให้มีการโฆษณา การนำไปเผยแพร่ในสื่อต่าง ๆ รวมทั้งสื่อออนไลน์ เลขาธิการฯ กล่าวในที่สุด

ที่มา : https://oryor.com

สธ. เผยผลประชุมหารือสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้กัญชาทางการแพทย์

โดย Nalinee on March,05 2019 11.12

สธ. เผยการดำเนินการเกี่ยวกับกัญชา  เพื่อประโยชน์ของคนไทยทั้งประเทศ ไม่ได้เอื้อนายทุนต่างชาติ และ อย. เป็นเพียงฝ่ายเลขานุการของ คกก.ควบคุมยาเสพติดให้โทษ มีหน้าที่กำกับดูแล ไม่ได้ดำเนินการผลิตใด ๆ และการดำเนินการต่าง ๆ เป็นไปตามกฎหมาย เพื่อไม่ให้เกิดการรั่วไหลไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

‘แพร่’ เสนอโมเดลใหม่ โอนย้าย รพ.สต.ทั้งจังหวัด 119 แห่งไปอยู่ อบจ. อยู่ระหว่างศึกษาแนวทาง

โดย Nalinee on March,01 2019 11.27

‘แพร่’ เสนอโมเดลใหม่ โอนย้าย รพ.สต.ทั้งจังหวัด 119 แห่งไปอยู่ อบจ. อยู่ระหว่างศึกษาแนวทาง

สธ.สงขลาบุกปิดโรงงานผลิตหมี่เหลืองเถื่อน

โดย Nalinee on March,01 2019 11.22

เจ้าหน้าที่สธ.สงขลา บุกตรวจโรงงานลักลอบผลิตหมี่เหลืองไม่มีอย. สั่งปิดกิจการไม่มีกำหนดจนกว่าจะขอใบอนุญาต

ด่วน! แจ้งผู้เสียหายที่ใช้ครีม ‘เพิร์ลลี่’ ยื่นเอกสาร เพื่อขอชดเชยความเสียหาย ภายใน 18 มี.ค. 62

โดย Nalinee on March,01 2019 10.20

ผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายจากการใช้ครีม ‘เพิร์ลลี่ อินแทนซีฟ ไวท์โลชั่น’ และ ‘เพิร์ลลี่ อินแทนซีฟ ไวท์โลชั่นพลัส’ศาลมีคำสั่งให้ยื่นเอกสารเพื่อขอรับการชดเชยค่าเสียหาย ภายใน 18 มี.ค. นี้

          จากการที่ศาลจังหวัดสตูลมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2561 ให้ผู้ผลิตโลชั่นทาผิวยี่ห้อ ‘เพิร์ลลี่’ ได้แก่ ‘เพิร์ลลี่ อินแทนซีฟ ไวท์โลชั่น’ และ ‘เพิร์ลลี่ อินแทนซีฟ ไวท์โลชั่นพลัส’จ่ายค่าเสียหายให้กับผู้เสียหายทั้งโจทก์และสมาชิกกลุ่ม รวมเป็นค่าเสียหายประมาณ 10 ล้านบาท และมีคำสั่งให้ระงับการจำหน่ายสินค้าทั้งสองสูตร รวมทั้งเรียกเก็บสินค้าที่ยังไม่ได้จำหน่ายและให้ทำลายสินค้าทั้งหมดนั้น news pic pearlly 260219 2 ผู้ที่ได้รับความเสียหาย สามารถยื่นหลักฐานเพื่อรับค่าเสียหายจากการใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ได้ที่สำนักงานบังคับคดีในจังหวัดที่ตัวเองอาศัยอยู่ภายในวันที่ 18 มีนาคม 2562

          โดยเตรียมเอกสาร ดังนี้

          1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

          2. สำเนาทะเบียนบ้าน

          3. สำเนาคำพิพากษา (ดาวน์โหลดที่นี่)

          4. สำเนาประกาศลงหนังสือพิมพ์ (ดาวน์โหลดที่นี่)

          5. สำเนาใบเสร็จรับเงิน (ถ้ามี)

          6. สำเนาใบรับรองแพทย์ (ถ้ามี)

          7. ภาพถ่ายความเสียหายที่เกิดจากการใช้ครีม (โดยถ่ายให้เห็นใบหน้าของผู้ใช้)

          8. ผลิตภัณฑ์ที่ซื้อมาใช้

          9. หลักฐานที่ทำให้พิสูจน์ว่าตนเองได้รับความเสียหายจากการใช้ผลิตภัณฑ์เพิร์ลลี่จริง


ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม ศูนย์พิทักษ์สิทธิ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค | 02 - 2483737, 089 - 388 - 3152

ที่มา: https://consumerthai.org/

ปปง.มีมติยึด-อายัดทรัพย์ บริษัทในเครือเมจิกสกิน เงินสดมากกว่า 19 ล.

โดย Nalinee on February,12 2019 23.42

ปปง.มีมติยึด-อายัดทรัพย์ บริษัทในเครือเมจิกสกิน ใช้เวลาดำเนินการ 90 วันก่อนส่งเรื่องให้อัยการพิจารณา เพื่อส่งศาล

ปี 63 ครม.เพิ่มงบกองทุนบัตรทอง 6.5 พันล้าน งบเหมาจ่ายรายหัว 3,600 บาท/ประชากร

โดย Nalinee on February,12 2019 23.34

ครม.อนุมัติงบกองทุนบัตรทอง ปี 63 กว่า 1.91 แสนล้านบาท เพิ่มเม็ดเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจากปี 62 กว่า6.5 พันล้านบาท เป็นงบเหมาจ่ายรายหัว 3,600 บาท/ประชากร หนุนเดินหน้าสิทธิประโยชน์ปี 63 ดูแลประชาชน เพิ่มการเข้าถึงการรักษาและบริการสาธารณสุขอย่างครอบคลุม ทั่วถึง อย่างมีคุณภาพและมาตรฐาน

1658 items(1/166) 2 3 4 5 Next » Last »|