ข่าวผู้บริโภค

ข่าวผู้บริโภค

1646 items(1/165) 2 3 4 5 Next » Last »|

ระดมกำลังจี้กรมทรัพย์สินฯ ถอนสิทธิบัตร “กัญชา” ถ้าไม่ทำ! ขอ คสช.ออกม.44 ชี้ขาด

โดย Nalinee on November,12 2018 09.43

ระดมกำลังจี้กรมทรัพย์สินฯ ถอนสิทธิบัตร “กัญชา” ถ้าไม่ทำ! ขอ คสช.ออกม.44 ชี้ขาด หลังจากนักวิชาการที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนเรื่องกัญชาเพื่อใช้ทางการแพทย์ ทั้งอาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) ออกมาท้วงติงกรมทรัพย์สินทางปัญญา เนื่องจากในขณะที่ภาครัฐกำลังผลักดันการปลดล็อกกัญชาให้ใช้ทางการแพทย์ได้ แต่กลับไปรับยื่นขอการจดสิทธิบัตรของต่างชาติเกี่ยวกับสารในกัญชา พร้อมทั้งจี้ให้กรมทรัพย์สินทางปัญญารับผิดชอบเรื่องนี้

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกรรมการพิจารณากัญชาเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ กล่าวว่า หลังจากมีการเปิดเผยข้อมูลนี้กับสื่อมวลชนไปนั้น ล่าสุดตนได้โพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับสิ่งที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้กระทำอีก เพราะตนต้องการให้สาธารณะรับทราบ และไปถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้รับทราบและหาทางออก เนื่องจากเรื่องนี้สำคัญมาก และทางองค์การเภสัชกรรม รวมทั้ง กพย.ไปพบที่กระทรวงพาณิชย์มาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่มีการทำอะไร จนกระทั่งล่วงเลยมา แบบนี้จะกระทบมาก เพราะเมื่อกฎหมายปลดล็อก ก็ทำอะไรไม่ได้ แต่ก็ติดคำร้องยื่นสิทธิบัตรทันที แม้เขาจะยังไม่ได้เลขทะเบียนสิทธิบัตรก็ตาม แต่คำร้องนั้นประกาศโฆษณาไปแล้ว และไม่มีใครคัดค้าน เพราะไม่มีใครรู้เรื่อง แม้ตอนนี้จะมีการทักท้วงก็ไม่แก้ไขอีก แบบนี้ได้รับการคุ้มครองอัตโนมัติ ซึ่งหากกรมทรัพย์สินทางปัญญายังไม่ดำเนินการใดๆ จะยิ่งแย่ เพราะหากนับตั้งแต่กระบวนการผ่านมา 5 เดือนแล้วก็ไม่เห็นทำอะไร “ในวันพรุ่งนี้จะมีการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข ที่กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งผมและนพ.โสภณ เมฆธน กรรมการปฏิรูปฯ จะเสนอเรื่องนี้เป็นวาระด่วน พิจารณาว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง ซึ่งประเด็นนี้ผมได้ส่งเรื่องไปยัง นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รับทราบแล้ว เพราะเรื่องนี้น่าจะต้องให้ระดับรัฐมนตรีฯหารือกันด้วย เพราะที่ผ่านมาเจรจาด้วยวาจากลับไม่ได้ผล ส่วนที่กระทรวงพาณิชย์ตอบกับสื่อว่าจะแถลงวันที่ 12 พฤศจิกายน จริงๆ ไม่ต้องแถลงอะไรมาก แค่รับผิดชอบด้วยแค่การยื่นถอดคำขอสิทธิบัตรได้ หรือไม่นายกฯ อาจใช้มาตรา 44 จัดการเรื่องนี้หากกระทรวงพาณิชย์ไม่ทำอะไรสักที ที่สำคัญต้องหาคนรับผิดชอบเรื่องนี้ด้วย ยิ่งคนที่ไปรับยื่นคำขอ และเข้าสู่กระบวนการทำได้อย่างไร ไม่มีคนรับผิดชอบเลย แบบนี้ทำให้ประเทศไทยเสียประโยชน์ จริงๆ กรมทรัพย์สินทางปัญญาควรปฏิรูปจริงๆ เสียที เพราะปัญหาสิทธิบัตรที่ผ่านมา ไม่ได้มีแค่กัญชา ยาตัวอื่นๆ ก็มี ลองเข้าไปดูจะรู้หมด” ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าว

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวว่า สิ่งที่ตนเองอยากย้ำ คือ คู่มือการตรวจสอบสิทธิบัตรการประดิษฐ์และอนุสิทธิบัตร ฉบับปรับปรุงใหม่ พ.ศ. 2555 กำหนดให้มีการตรวจสอบเบื้องต้นก่อนประกาศโฆษณา ไม่ว่าจะเป็นคำขอผ่านระบบ PCT หรือระบบปกติ การตรวจสอบเบื้องต้นกำหนดให้ตรวจสอบ ม. 17 , ม. 9 ก่อน ซึ่งตามคู่มือหน้า 4 และ 263 ดังนั้น คำขอรับสิทธิบัตรที่ติด ม. 9 ต้องถูกตัดออก โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ต้องรายงานอธิบดีให้ดำเนินการยกคำขอ จากข้อมูลสิทธิบัตรที่ทางองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ตรวจสอบประกาศโฆษณาจากเว็บไซต์ของกรมทรัพย์สินทางปัญญาพบว่ามีคำขอรับสิทธิบัตรเกี่ยวกับสารสกัดจากกัญชา ซึ่งมีข้อถือสิทธิที่ขัดต่อ ม. 9 (1) เนื่องจากซึ่งเป็นสารสกัดจากพืชที่มีอยู่ตามธรรมชาติ นอกจากนี้ ยังมีการขอถือสิทธิรวมไปถึงการใช้บำบัดรักษาโรค ซึ่งขัดต่อ ม. 9(4) ซึ่งคำขอรับสิทธิบัตรเหล่านี้ต้องโดนยกคำขอโดยไม่มีการปล่อยหลุดมาจนถึงขั้นตอนการประกาศโฆษณา ซึ่งเป็นการปฏิบัติงานที่บกพร่อง และจากการที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ให้คำตอบว่ายังไม่มีการออกเลขสิทธิบัตรให้ แต่ในแง่ของกฏหมายนั้นคำขอนี้ได้รับการคุ้มครองนับตั้งแต่วันยื่นคำขอในราชอาณาจักรแล้ว ตาม ม. 36 ทั้งหมดเป็นข้อกังวลของนักวิจัยไทยเป็นอย่างมาก และนอกจากนี้ทางองค์การเภสัชฯ ได้ตรวจสอบพบว่ามีบางคำขอยื่นตรวจสอบการประดิษฐ์แล้ว แต่ก็ยังไม่มีการพิจารณาจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มีการแชร์ข้อมูล รวมทั้งขึ้นเฟซบุ๊กถึงปัญหาการรับยื่นสิทธิบัตร ยกตัวอย่างเช่น 1. เลขที่คำขอ 0501005232 วันยื่นคำขอ 07/11/2548 วันประกาศโฆษณา 15/03/2550 วันยื่นตรวจสอบการประดิษฐ์ 15/01/2551 ขอถือสิทธิ สารผสมทรานส์-(-)-เดลตา9-เตตราไฮโดรแคนนาบินอล หรือทรานส์-(+)-เดลตา9-เตตราไฮโดร แคนนาบินอล ที่สารผสมทรานส์-(-)-เดลตา9-เตตราไฮโดรแคนนาบินอลประกอบด้วยอย่างน้อยประมาณ 98 เปอร์เซนต์ โดยน้ำหนักของทรานส์-(-)-เดลตา9-เตตราไฮโดรแคนนาบินอลยึดตามปริมาณทั้งหมดของ แคนนาบินอยด์ และสารผสมทรานส์-(+)-เดลตา9-เตตราไฮโดรแคนนาบินอลประกอบด้วยอย่างน้อย ประมาณ 98 เปอร์เซนต์ โดยน้ำหนักของทรานส์-(+)-เดลตา9-เตตราไฮโดรแคนนาบินอลยึดตามปริมาณทั้งหมดของ แคนนาบินอยด์ จากคำขอนี้พบว่ายื่นตรวจสอบตั้งแต่ปี 2551 ผ่านมาสิบปี ก็ยังไม่มีการพิจารณาใดๆ ออกมาว่าจะออกเลขสิทธิบัตรให้หรือจะยกคำขอ” ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าว

กรรมการปฏิรูปฯ กล่าวอีกว่า 2. เลขที่คำขอ 0601002456 วันยื่นคำขอ 30/05/2549 วันประกาศโฆษณา 09/11/2550 วันยื่นตรวจสอบการประดิษฐ์ 08/11/2555 ขอถือสิทธิ สารผสมซึ่งประกอบรวมด้วย ทรานส์-(+-)-เดลตา 9-เตตระไฮโดรแคนนาบินอลที่เป็นผลึก และพาหะที่ยอมรับได้ในทางเภสัชกรรม จากคำขอนี้พบว่ายื่นตรวจสอบตั้งแต่ปี 2555 ผ่านมาหกปี ก็ยังไม่มีการพิจารณาใดๆ ออกมาว่าจะออกเลขสิทธิบัตรให้หรือจะยกคำขอ 3. เลขที่คำขอ 0901002471 วันยื่นคำขอ 03/06/2552 วันประกาศโฆษณา 21/06/2556 วันยื่นตรวจสอบการประดิษฐ์ 06/06/2561 ขอถือสิทธิ สารรวมที่เป็นยาสำหรับใช้รักษาโรคมะเร็งประกอบด้วย สารรวมของแคนนาบินอยด์ในปริมาณที่ได้ผลในการทำเคมีบำบัดซึ่งรวมเอาปริมาณยาซึ่งถูกพิจารณาในระดับต่ำกว่าปริมาณที่สารประกอบนั้นจะถูกใช้เพียงชนิดเดียว

“ลักษณะข้างต้นนี้ เท่าที่ผ่านมาอุตสาหกรรมยาสามัญก็ประสบกับปัญหาเช่นเดียวกันนี้ในกรณีคำขอรับสิทธิบัตรที่เราเรียกกันว่า evergreening patent ซึ่งมีหลายคำขอที่มีความคลุมเครือ ไม่มีการออกเลขสิทธิบัตรให้จนกระทั่งครบระยะเวลาการคุ้มครอง 20 ปี สิ่งเหล่านี้มันดูเหมือนว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญาไม่ได้ปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนในประเทศ แต่เป็นการเอื้อประโยชน์ต่างชาติ

ผศ.ภญ.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี ผู้จัดการศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา(กพย.) กล่าวว่า คงต้องรอติดตามว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ จะออกมาชี้แจงและรับผิดชอบเรื่องนี้อย่างไร รวมทั้งจะมีวิธีแก้ไขให้เหมาะสมอย่างไรในวันที่ 12 พฤศจิกายน ซึ่งจริง ๆควรแก้ไขนานแล้ว ไม่ใช่ทิ้งไว้ จนล่วงเลยแบบนี้ ถามว่าถ้ากฎหมายออก แล้วงานวิจัยพัฒนา การผลิตสารสกัดกัญาทางการแพทย์จะทำอย่างไร เสียงบประมาณมากมาย ใครรับผิดชอบ ที่สำคัญต้องจับตาร่างพ.ร.บ.สิทธิบัตรฯ ฉบับที่กำลังจะปรับปรุง เป็นฉบับที่น่ากังวลว่าจะเอื้อต่อบริษัทข้ามชาติหรือไม่ เพราะตอนนี้ภาคประชาสังคมแทบไม่รู้เลยว่า ร่างกฎหมายฉบับบนี้ถึงตรงไหนแล้ว เตรียมเสนอครม.หรือยัง และจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยหรือไม่ อยากให้ทุกคนร่วมติดตามด้วย เพราะขนาดเรื่องกัญชา เป็นข่าวว่ารัฐจะเดินหน้าขนาดนี้ ยังกลับรับยื่นสิทธิบัตรได้ก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรแล้ว

มติชนออนไลน์ ที่มา : https://www.prachachat.net

เร่งออกมาตรการดูแลธุรกรรมการเงินผ่านมือถือ...

โดย khaohom on September,13 2016 11.19

กสทช. ร่วมกับ ธปท. สมาคมธนาคารไทย และ สมาคมโทรคมนาคมฯ ออกมาตรการเร่งด่วน สร้างความเชื่อมั่นลูกค้าธุรกรรมออนไลน์ 15 ล้านเลขหมาย เน้นดูแลพิเศษ

นนี้( 12 ก.ย.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า ได้ประชุมร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)  สมาคมธนาคารไทย และสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์  หารือถึงการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการใช้บริการธุรกรรมทางการเงินผ่านอุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่ และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการใช้บริการของ 2 อุตสาหกรรม  ซึ่งเบื้องต้นจะมีมาตรการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนในช่วง 6 เดือน โดยสมาคมธนาคารไทยจะส่งข้อฐานข้อมูลชื่อลูกค้า หมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ธุรกรรมออนไลน์ เช่น โมบาย แบงก์กิ้ง  และ พร้อม เพย์  ประมาณ 15 ล้านเลขหมาย นำส่งให้สำนักงาน กสทช.เพื่อให้กระจายข้อมูลดังกล่าวไปยังผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อดูแลเป็นกรณีพิเศษ  

นอกจากนี้หากโทรศัพท์มือถือของผู้ใช้บริการหายให้รีบดำเนินการแจ้งไปยังสถาบันการเงินและผู้ให้บริการโทรคมนาคมเพื่อระงับการใช้งานทันที และหากต้องการออกซิมการ์ดมือถือใหม่ต้องไปดำเนินการด้วยตนเองเท่านั้น ไม่สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการได้ รวมทั้งได้รับความยินยอมจากสถาบันการเงินนั้นๆ ด้วย   ส่วนความรับผิดชอบการเบิกถอนเงินหรือธุรกรรมหลังจากโทรศัพท์หาย เมื่อแจ้งระงับบริการแล้วเกิดความเสียหายเมื่อพิสูจน์ได้ว่าความผิดพลาดไม่ได้เกิดจากเจ้าของบัญชีเอง ธนาคารจะเป็นผู้รับผิดขอบความเสียหายทั้งหมด

นายฐากร กล่าวว่า   ขณะนี้สำนักงาน กสทช.อยู่ในระหว่างดำเนินการจัดซื้อทำระบบซอฟต์แวร์ สแกนลายนิ้วมือในการลงทะเบียนซิมการ์ด เพื่อให้เป็นทางเลือกให้กับประชาชนที่ต้องการสร้างความปลอดภัยในการใช้งาน พร้อม เพย์   ซึ่งระบบดังกล่าวนี้สำนักงา นกสทช.ไม่ได้บังคับใดๆ หากประชาชนไม่ต้องการสแกนลายนิ้วมือ ยังสามารถลงทะเบียนซิมการ์ดได้ตามปกติ  ซึ่งคาดว่าระบบสแกนลายนิ้วมือจะเปิดให้บริการได้ในเดือน ม.ค. 60


ด้านนายศุภชัย เจียรวนนท์ นายกสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า    สำหรับการออกซิมการ์ดโทรศัพท์จะต้องมีมาตรการที่เข็มข้นมากขึ้น แม้แต่การย้ายเลขหมายไปยังเครื่องใหม่หรือผู้ให้บริการใหม่ก็ต้องปรับปรุงให้มีความปลอดภัยมากขึ้น  ในขณะที่การออกซิมใหม่สำหรับผู้ลงทะเบียนพร้อม เพย์ นั้นต้องเดินทางไปด้วยตนเองเท่านั้นไม่สามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นทำการแทน ทั้งนี้เพราะต้องได้รับความเห็นชอบจากสถาบันการเงิน...

ที่มา : เดลินิวส์ออนไลน์ จันทร์ที่ 12 กันยายน 2559

สปสช.เปิดลงทะเบียนให้ผู้หมดสิทธิ์ประกันสังคม-สวัสดิการ ขรก.เข้ารักษาในระบบต่อเนื่อง

โดย green consumer on August,09 2011 16.27

สปสช.จัดระบบลงทะเบียนต่อเนื่องทันที ให้กับประชาชนที่หมดสิทธิ์จากประกันสังคมและสวัสดิการข้าราชการ เพื่อไม่ให้เป็นสิทธิ์ว่าง หลังพบมีประชากรสิทธิ์ว่าง 4.8 แสนราย ตั้งเป้าให้ประชาชนได้รับสิทธิ์ต่อเนื่อง และ รพ.สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ ขณะที่การจัดสรรงบรายหัวปี 55 เน้นการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคหลังได้รับจัดสรรงบรายหัว 2,895.60 บาทต่อประชากร
      วันนี้ (8 ส.ค.) ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถ.แจ้งวัฒนะ มีการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องการลงทะเบียนต่อเนื่องเพื่อเพิ่มความครอบคลุมสิทธิประกันสุขภาพ      

เครือข่ายผู้บริโภคในพื้นที่จ.สงขลาร่วมเรียกร้องให้มีสภาผู้บริโภคสภาเดียว

โดย khaohom on January,21 2019 10.07

ตัวแทนเครือข่ายผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ของจังหวัดสงขลาร่วมกันแสดงพลังเรียกร้องให้มี "สภาผู้บริโภคสภาเดียว"เพื่อพลังในการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค  ไม่เอากฎหมายการจัดตั้งสภาองค์กรผู้บริโภคหลานสภา โดยการส่งจดหมายไปยังสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ

อย . เล็งทบทวนความปลอดภัยยาฉีดแก้ปวดไดโคลฟีแนค

โดย Nalinee on January,21 2019 09.31

อย . เล็งทบทวนความปลอดภัยยาฉีดแก้ปวดไดโคลฟีแนค

หมอศิริราช ห่วงสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5

โดย Nalinee on January,16 2019 10.04

รพ.ศิริราช 14 ม.ค. – หมอศิริราช ห่วงสถานการณ์ ค่าฝุ่นละออง ขนาดเล็ก  PM 2.5  โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์และเด็ก  แนะหน้ากากเอ็น 95 ต้องใช้ได้วันเดียวทิ้ง หน้ากากปกติควรสวม2ชั้น หรือใช้ผ้าขาวม้าเย็บเอง 4 ชั้น  เตือนงดออกกำลังกาย ตอนเช้า เพราะเสี่ยงสูง

ป่าช้า(ไม่)เหงา! เตือนกิน “หนาน เฉา เหว่ย” ไขมันพุ่ง-เบาหวานขึ้น สมองขาดเลือด

โดย Nalinee on January,14 2019 11.43

พบคนไข้โรคเบาหวานปลูกพืชสมุนไพรจีน "หนาน เฉา เหว่ย" รับประทานเองแล้วทิ้งยาแผนปัจจุบัน อ้างว่าข้างบ้านกินแล้วหาย สุดท้ายสมองขาดเลือด ไขมันแอลดีแอลพุ่ง เบาหวานขึ้น ก่อนหน้านี้เภสัชกรก็ออกมาเตือนแล้วว่าอันตรายถึงตายได้

ศาลพิพากษาเครื่องสำอาง “เพิร์ลลี่” อย.ชี้ตัวอย่างสินค้าอ้างผิวขาว ต้องระวัง พบสเตียรอยด์ ทำผิวแตกลาย

โดย Nalinee on January,03 2019 16.55

อย. เผย ศาลพิพากษา “เพิร์ลลี่” จ่ายค่าเสียหายผู้บริโภค เป็นตัวอย่างให้ระวังสินค้าหลอกลวง อ้างทำให้ผิวขาว ชี้ อย. ดำเนินการตั้งแต่ปี 59 พบสเตียรอยด์ ทำผิวผู้ใช้แตกลาย

วันนี้ (30 ธ.ค.) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวถึงกรณีศาลได้พิพากษาลงโทษผู้ผลิตเครื่องสำอาง “เพิร์ลลี่ (Pearly)” โดยให้จ่ายเงินชดเชยค่าเสียหายแก่ผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบ พร้อมสั่งระงับ เรียกคืน และทำลายสินค้าด้วย ว่า อย. ได้ดำเนินการเรื่องนี้มาตั้งแต่ ธ.ค. 2559 หลังได้รับเรื่องร้องเรียน ว่า มีกลุ่มผู้ได้รับอันตรายจากการใช้ผลิตภัณฑ์เพิร์ลลี่ ชื่อการค้า เมย์โรล (MEIROU) โดยมีอาการคล้ายคลึงกัน คือ ผิวแตก และแสบผิวบริเวณที่ทาผลิตภัณฑ์ ซึ่ง อย. ได้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ทันที โดยพบว่า ผลิตภัณฑ์ในชื่อการค้า เมย์โรล มีการจดแจ้งในระบบ 18 รายการ เมื่อตรวจฉลากและผลิตภัณฑ์ ซึ่งได้เก็บตัวอย่างจากร้านจำหน่ายในจังหวัดสงขลาและสตูล พบสารห้ามใช้ คือ สเตียรอยด์ ชนิด Clobetasol propionate ในเครื่องสำอาง 2 รายการ คือ Meirou Pearly Intensive White Lotion (เลขที่ใบรับแจ้ง 10-1-5733777) และ Meirou Pearly Intensive White Lotion Plus (เลขที่ใบรับแจ้ง 10-1-5749866)

อย. ได้ประกาศผลการตรวจวิเคราะห์และเผยแพร่ให้ประชาชนทราบแล้ว นอกจากนี้ อย. ยังได้ตรวจสอบโฆษณาผลิตภัณฑ์ดังกล่าวทาง Facebook ชื่อ Meirou Official Fanpage พบข้อความโฆษณาอวดอ้างช่วยทำให้ผิวขาว ทำให้เข้าใจว่าผลิตภัณฑ์สามารถทำให้สีผิวเปลี่ยนแปลง หรือ ทำให้สีผิวขาวขึ้นมากกว่าผิวเดิมตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นการกล่าวอ้างที่เกินกว่าความเป็นเครื่องสำอาง มีความผิดตาม พ.ร.บ. เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 จึงได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับเป็นจำนวนเงิน 30,000 บาท

นพ.ธเรศ กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นนี้เป็นตัวอย่างที่ผู้บริโภคควรให้ความสนใจ และพึงระวังอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการหลงเชื่อโฆษณาอวดอ้างเกินจริง ขอให้เข้าใจว่าไม่มีผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางใดที่ทำให้ผิวขาวขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว หรือ ขาวขึ้นอย่างถาวร และผลิตภัณฑ์ที่โฆษณาในลักษณะนี้ก็มักตรวจพบสารห้ามใช้ที่เป็นอันตราย เช่น ไฮโดรควิโนน กรดวิตามินเอ หรือ สเตียรอยด์ เหมือนเช่นในผลิตภัณฑ์นี้ อย่างไรก็ตาม อย. ยังคงเดินหน้าเฝ้าระวัง และ ตรวจสอบ เครื่องสำอางทั่วประเทศ

ที่ีมา : https://mgronline.com

ผู้บริโภคชนะคดี! ศาลสั่งเพิร์ลลี่จ่ายค่าเสียหายกว่า 10 ล้านบาท

โดย khaohom on December,28 2018 10.35

ศาลพิพากษาลงโทษผู้ผลิต ‘เพิร์ลลี่’ จ่ายเงินชดเชยค่าเสียหายกว่า 10 ล้านบาท พร้อมสั่งระงับ เรียกคืน และทำลายสินค้า ด้านทนายชี้หน่วยงานควรดูแลอย่างเข้มงวดเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค

คอนแทคเลนส์แฟชั่น เสี่ยง...อันตราย

โดย Nalinee on December,28 2018 10.29

คอนเทคเลนส์และบิ๊กอาย ถ้าใช้ไม่ถูกวิธีจะเป็นอันตรายต่อดวงตา อาจทำให้ติดเชื้อถึงขั้นตาบอด ส่วนลวดดัดฟันแฟชั่น ก็จะทำให้ปากเน่า ฟันตาย ฟันผิดรูป หรืออาจทำให้ได้รับสารตะกั่วที่อยู่ในลวดดัดฟัน เป็นอันตรายต่อร่างกาย

ที่มา :https://oryor.com

ยืนยัน!! ไม่พบแร่ใยหินปนเปื้อนในแป้งฝุ่นโรยตัว ขอผู้บริโภควางใจ

โดย Nalinee on December,27 2018 10.30

ยืนยัน แป้งฝุ่นโรยตัวในประเทศไทยไม่พบการปนเปื้อนแร่ใยหิน อย. มีการเฝ้าระวัง เก็บตัวอย่างส่งตรวจวิเคราะห์อย่างสม่ำเสมอ ขอให้ผู้บริโภควางใจ ส่วนเครื่องสำอางที่ตรวจพบว่ามีส่วนผสมของแร่ใยหิน  เข้าข่ายเป็นเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

          นายแพทย์พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่  มีข่าวพบแร่ใยหินในผลิตภัณฑ์แป้งฝุ่นโรยตัวของ บริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (เจแอนด์เจ) ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายจากสหรัฐนั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอแจ้งว่าในประเทศไทยแป้งฝุ่นโรยตัวจัดเป็นเครื่องสำอาง มีส่วนประกอบหลัก คือ ทัลคัมหรือทัลค์ ซึ่งสารทัลคัมมีอยู่ในธรรมชาติ มีการใช้มาเป็นเวลายาวนาน ปัจจุบันยังคงสามารถใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางได้ และยังไม่มีผลการศึกษาที่ระบุว่าสารนี้ก่อให้เกิดมะเร็ง ส่วนสารทัลคัมที่ได้จากบางแหล่งอาจมีการปนเปื้อนของแร่ใยหิน (Asbestos) ปัจจุบันแร่ใยหินถูกจัดเป็นสารที่ก่อมะเร็งในมนุษย์ ดังนั้น สารทัลคัมที่จะนำมาใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางจะต้องมีความบริสุทธิ์สูง เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย ปราศจากการปนเปื้อนของแร่ใยหิน โดยประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง พ.ศ. 2559 กำหนดให้แร่ใยหินเป็นวัตถุที่ห้ามใช้ อย่างไรก็ตาม แป้งฝุ่นโรยตัวเป็นเครื่องสำอางที่ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง ผู้บริโภคไม่ควรโรยแป้งครั้งละมาก ๆ เพราะผงแป้งจะฟุ้งกระจายลอยในอากาศหากสูดดมเข้าไปต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะสะสมเป็นก้อนในปอด ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจ ควรเทใส่มือในปริมาณเล็กน้อยแล้วทาบาง ๆ บนผิวกาย นอกจากนี้ ได้กำหนดให้แสดงคำเตือนที่ฉลากของผลิตภัณฑ์แป้งฝุ่นสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ว่า “ระวังอย่าให้แป้งเข้าจมูกและปากของเด็ก” และเพื่อความปลอดภัย สตรีไม่ควรโรยแป้งฝุ่นบริเวณจุดซ่อนเร้น

          รองเลขาธิการ ฯ กล่าวต่อไปว่า อย. มีการติดตามเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์มาโดยตลอด โดยในปี พ.ศ. 2552-2553 ได้เก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์แป้งฝุ่นโรยตัวที่มีส่วนผสมของทัลคัม จำนวน 40 ตัวอย่างส่งตรวจวิเคราะห์ ไม่พบแร่ใยหิน และในปี พ.ศ. 2557-2558 ได้มีการเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์แป้งฝุ่นโรยตัวที่มีส่วนผสมของทัลคัม จำนวน 73 ตัวอย่าง ส่งตรวจวิเคราะห์ก็ไม่พบแร่ใยหิน ซึ่ง อย. ได้ดำเนินการ สุ่มเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เพื่อเฝ้าระวังอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ เครื่องสำอางที่ตรวจพบว่ามีส่วนผสมของแร่ใยหิน จัดเป็นเครื่องสำอางที่มีวัตถุที่ห้ามใช้ เข้าข่ายเป็นเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้ตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 ซึ่งห้ามมิให้ผู้ใดผลิตเพื่อขาย นำเข้าเพื่อขายเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัย หากผู้ใดฝ่าฝืนกฎหมายจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ที่มา : https://oryor.com

ขายเกลื่อนเน็ต อาหารเสริม “ไฟเบอร์รี” ปลอมเลข อย. อ้างลดน้ำหนัก

โดย Nalinee on December,21 2018 11.33

เตือนอาหารเสริม “ไฟเบอร์รี” ปลอมเลข อย. ขายเกลื่อนว่อนเน็ต อ้างช่วยลดน้ำหนัก ตรวจเจอที่ลำพูนและกำแพงเพชร พบผสมสารอันตรายไซบูทรามีน มีผลข้างเคียงสูง ขอประชาชนอย่าหลงเชื่อ

นพ.พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า ตามที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ลำพูน ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลป่าซาง พบการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ฉลากระบุ ไฟเบอร์รี (Fiberry) เลขสารบบอาหาร 10-1-03958-1-0047 ผลิตวันที่ 19/9/2018 จัดจำหน่ายโดย บริษัท ชะเหลียว จำกัด 131/1 หมู่ 7 ต.นครชุม อ.เมือง จ.กำแพงเพชร โดยมีการโฆษณาสรรพคุณอ้างลดน้ำหนัก ขายเกลื่อนว่อนอินเทอร์เน็ต จึงได้ส่งตรวจวิเคราะห์พบไซบูทรามีนเช่นเดียวกับที่ สสจ.กำแพงเพชรได้เก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ชื่อ “ไฟเบอร์รี” (Fiberry) เลขสารบบอาหาร 10-1-03958-1-0047 จัดจำหน่ายโดย บริษัท ตามหาชะเหลียว จำกัด เลขที่ 131/1 หมู่ 7 ต.นครชุม อ.เมืองฯ จ. กำแพงเพชร ส่งตรวจวิเคราะห์พบสารไซบูทรามีนเช่นกัน

นพ.พูลลาภกล่าวว่า ไซบูทรามีนเป็นสารอันตรายมีผลข้างเคียงสูง หากได้รับในปริมาณมากเสี่ยงเกิดหัวใจวายและกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ทั้งนี้ จากตรวจสอบพบว่าเป็นการสวมเลข อย.ปลอม เนื่องจากได้ตรวจสอบสถานที่ผลิต ตามที่ระบุบนฉลาก คือ บริษัท เมดดิชาย อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เลขที่ 28 ซอยวชิรธรรมสาธิต 51 ถนนสุขุมวิท แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ ปรากฏว่าบริษัทดังกล่าวไม่ได้เป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารยี่ห้อ “ไฟเบอร์รี” (Fiberry) เลขสารบบอาหาร 10-1-03958-1-0047 เม็ดแคปซูลสีทอง และไม่เคยติดต่อหรือได้รับการว่าจ้างให้ผลิตสินค้าจากบริษัท ชะเหลียว จำกัด หรือบริษัท ตามหาชะเหลียว จำกัด แต่อย่างใด ซึ่งเข้าข่ายเป็นผลิตภัณฑ์อาหารปลอม

“ขอย้ำเตือนผู้บริโภคเกี่ยวกับการเลือกซื้อสินค้าใดๆ ควรพิจารณาให้รอบคอบ อย่าได้หลงเชื่อและซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อ้างสรรพคุณครอบจักรวาล เช่น ช่วยลดน้ำหนัก เผาผลาญไขมัน กระชับสัดส่วน ช่วยเพิ่มขนาดหน้าอก กระชับมดลูก ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ช่วยกำจัดและขับสารพิษออกจากร่างกาย ช่วยให้ความจำดี เป็นต้น ผลิตภัณฑ์ที่มีการโอ้อวดเกินจริงเหล่านี้ อย.มักตรวจพบว่ามีการผสมยาแผนปัจจุบันลงไป ซึ่งทำให้ผู้บริโภคได้รับอันตรายจากผลข้างเคียงของยาได้ และยาบางตัวเป็นยาที่ อย.ยกเลิกการใช้แล้ว เช่น ไซบูทรามีน อาจทำให้ได้รับอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยาไม่มีสรรพคุณในการรักษาโรคแต่อย่างใด หากพบความผิดปกติของร่างกาย เพื่อความปลอดภัยควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญในการวินิจฉัยอาการของโรคจะได้แก้ไขได้ตรงจุด และก่อนการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ทุกครั้งขอให้ผู้บริโภคสังเกตฉลากผลิตภัณฑ์ก่อนตัดสินใจซื้อ หากไม่แน่ใจว่าเป็นเลข อย.จริงหรือไม่ สามารถเข้ามาตรวจสอบข้อมูลได้ที่ Oryor Smart Application” นพ.พูลลาภกล่าว

ที่มา : https://mgronline.com

ฟันแล้ว! 10 คนดัง เซ่นรีวิว “เมจิกสกิน” ส่วนอีก 36 คนขาดอายุความ

โดย Nalinee on December,20 2018 11.25

โดนแล้ว 10 คนดังถูกดำเนินคดีกรณีรีวิว “เมจิกสกิน” เตรียมรับทราบข้อกล่าวหาวันที่ 27 ธ.ค. เผยโทษปรับไม่เกิน 5 พันบาท ส่วนอีก 36 คนขาดอายุความ ที่เหลืออยู่ระหว่างพิจารณาความผิดข้อหาอื่นเพิ่ม
      เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ “พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา” รองผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน คดีผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่ไม่ได้คุณภาพ ในเครือบริษัท เมจิกสกิน พร้อมตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แถลงความคืบหน้าดำเนินคดีกับศิลปินดารานักแสดงที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรีวิวสินค้าในช่วงที่ผ่านมา พบว่ามีเพียง 10 รายที่ต้องถูกดำเนินคดีในฐานความผิดโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณเพื่อประโยชน์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อาหารฯ มาตรา 41 มีโทษปรับไม่เกิน 5 พันบาท ส่วนอีก 36 รายนั้นคดีขาดอายุความ
      ซึ่งทั้งหมดให้มารับทราบข้อกล่าวหาวันที่ 27 ธ.ค. เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งดาราในกลุ่ม 10 คนแรกนี้ ไม่สามารถเปิดเผยชื่อนามสกุลจริง เนื่องจากเป็นความผิดที่มีอัตราโทษน้อย เกรงกระทบสิทธิตามรัฐธรรมนูญของผู้ต้องหา ส่วนดารานักแสดงที่เหลือ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาความผิดข้อหาอื่นเพิ่มเติม
      ขณะที่ในส่วนการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้บริหารเครือข่าวบริษัทเมจิกสกิน พนักงานอัยการ มีความเห็นทยอยส่งฟ้องผู้ต้องหา โดยในส่วนของผลิตภัณฑ์ตรีชฎา สั่งฟ้องไปแล้ววันที่ 13 ธ.ค. และคาดว่าจะสั่งฟ้องเพิ่มวันที่ 20 ธ.ค.ส่วนผลิตภัณฑ์เฟิร์นและเมสโซ คาดว่าจะสั่งฟ้องวันที่ 18 ธ.ค. ส่วนผลิตภัณฑ์อื่นๆ พนักงานอัยการสั่งให้ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมอีกหลายประเด็น
ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์

1646 items(1/165) 2 3 4 5 Next » Last »|

เมนูหลัก

วิทยุเสียงผู้บริโภค
วิทยุเสียงผู้บริโภค


สถานีวิทยุ มอ. 88
สถานีวิทยุ มอ. 88

On Air

อัลบั้มภาพกิจกรรม

ดูทั้งหมด »

Member Zone