โครงการบริโภคเพื่อชีวิต สงขลา

บทความ

ยาหรือ... ระวังนะ!

by khaohom @May,21 2010 09.48 ( IP : 118...111 ) | Tags : บทความ
photo med.gif , 600x304 pixel , 125,429 bytes.

การใช้ยาที่ถูกต้องมีความจำเป็นอย่างไร เป็นที่รู้กันว่าจะทำให้หายจากความเจ็บป่วย แต่ถ้าเกิดใช้ยาไม่ถูกต้องล่ะ นอกจากจะไม่หายแล้ว อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด มาดูกันว่าจะใช้ยาอย่างไรถึงได้ผล

ข้อแนะนำในการใช้ยาที่ถูกต้อง

เมื่อผู้ป่วยได้รับยาไป สังเกตที่หน้าซองหรือขวดยาจะมีฉลากยาบอกวิธีใช้ยา ควรอ่านให้เข้าใจก่อนกลับบ้าน เช่น รับประทานอย่างไร เวลาใด จำนวนเท่าไร และควรรับประทานนานแค่ไหน หรือถ้าสงสัยให้ผู้ป่วยถามเภสัชกรที่ห้องยาให้เข้าใจเสียก่อน รอ่านฉลากยาไม่ถี่ถ้วน ไม่เข้าใจ แล้วกินยาผิดอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ตัวอย่างข้อความที่ผู้ป่วยมักจะใช้สับสนเสมอๆ

1 เม็ด ก่อนนอน บางคนใช้ทั้งก่อนนอน และกลางวันก็กินด้วยถ้าง่วงนอน ซึ่งจะทำให้ร่างกายได้รับยามากเกินไปและอาจเป็นอันตรายได้ ต้องจำไว้ว่า 1 เม็ด ก่อนนอน หมายถึง 1 เม็ดก่อนนอนช่วงกลางคืนเท่านั้น หรือการกินยาแก้ปวด แก้ไข้ จะเขียนไว้หน้าซองว่า กินทุก 4 ชั่วโมง ครบ 4 ชั่วโมง ถึงจะกินซ้ำอีกหนึ่งครั้ง และกินเฉพาะเวลาปวด หรือมีไข้ เมื่อหายแล้วไม่ต้องกิน แต่ถ้าเป็นยาปฏิชีวนะ จะต้องกินยาติดต่อกันทุกวันให้หมด ให้ครบตามที่แพทย์สั่ง อย่ารู้สึกว่าค่อยยังชั่วแล้ว หรืออาการดีแล้วก็หยุดยา เพราะอาจทำให้เกิดการดื้อยาได้ในภายหลัง เช่น หน้าซองเขียนไว้ว่า 1 เม็ด 3 เวลา หลังอาหารและก่อนนอน มียาทั้งหมด 20 เม็ด ก็ต้องกินยาให้ครบ คือรับประทานครั้งละ 1 เม็ด หลังอาหาร เช้า กลางวัน เย็น และก่อนนอน ติดต่อกัน 5 วัน จนยาหมด

กรณีที่เป็นหวัด เจ็บคอ คอแดง ได้กินยาปฏิชีวนะแล้วหาย พอเป็นหวัดอีก จะไปซื้อยาตัวเดิมมากินได้หรือไม่

ไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะเราไปซื้อยามา อาจซื้อยาได้ไม่เพียงพอ หรืออาจไม่ใช่โรคหวัดที่เคยเป็น แทนที่จะหาย กลับแย่ลงหรือดื้อยาในภายหลังได้

มียาบางตัวเขียนไว้ว่า “ให้ดื่มน้ำตามมาก ๆ” เพราะเหตุใด

ยาที่ดื่มน้ำตามมากๆ คือ ยาประเภทซัลฟา โดยทั่วไปเป็นยาที่ตกตะกอนในไตได้ง่าย การที่ดื่มน้ำตาม มาก ๆ จะเป็นการช่วยให้การขับยาออกจากร่างกายได้มากขึ้น ทำให้ไม่เกิดการตกตะกอนในไต

ยาที่เป็นผงมีวิธีการใช้อย่างไร

ยาผงมีอยู่หลายชนิด หลายรูปแบบ มีทั้งใช้ภายนอกอย่าง ผงโรยแผล หรืออาจเป็นยาที่บรรจุในขวดเล็ก ๆ มีผงอยู่ก้นขวดและมีน้ำคู่กันมา พวกนี้เป็นยาฉีด เวลาที่จะฉีดต้องเอาผงและน้ำผสมกัน ซึ่งพยาบาลจะเป็นคนผสมให้ ส่วนยาผงที่ใช้กิน โดยทั่วไปเป็นยาปฏิชีวนะในรูปผงแห้ง หากผู้ป่วยได้รับยาไป 2 ขวด เราจะผสมน้ำให้ขวดเดียว เพราะหากผสมทิ้งไว้นานเกิน 7 วัน ก็อาจทำให้ยานั้นเสื่อมสภาพได้ ขวดที่ 2 จึงมักให้ผู้ป่วยกลับไปผสมเอง หลังจากกินยาขวดแรกหมดแล้ว

ยาผงที่ผสมน้ำแล้ว ควรเก็บรักษาอย่างไร

ควรเก็บไว้ในตู้เย็นได้นานไม่เกิน 7 วัน วิธีการผสมยาก็เป็นสิ่งจำเป็น เพราะในบางครั้ง ยาที่เป็นผงบรรจุมาจากโรงงานทิ้งไว้นาน อาจเกาะกันอยู่ก้นขวด ก่อนที่จะผสมยา ควรเขย่าขวดให้ผงยากระจายตัวเสียก่อน แล้วจึงเติมน้ำต้มสุกที่เย็นแล้ว ระวังอย่าเติมทีเดียวหมด ให้เติมเศษสามส่วนสี่ก่อนแล้วเขย่า สังเกตดูว่าฟองที่เกิดยุบตัวหมด ค่อยเติมน้ำอีกครั้งให้ถึงขีดที่กำหนด เขย่าอีกครั้งให้ผงยาละลายให้หมด

ยาที่เกิดตกตะกอน แยกตัวเป็นชั้น ยังใช้ได้หรือไม่

ยาที่ตกตะกอน ชนิดกิน ถ้าเราเขย่าแล้วยากระจายตัวได้ดี ไม่แข็งนอนอยู่ที่ก้นขวด สี กลิ่น และรสชาติไม่เปลี่ยน ยังใช้ได้อยู่ แต่ต้องดูวันหมดอายุของยาบนฉลากด้วย แต่จะมียาบางชนิดซึ่งตกตะกอนเร็วมาก ฉะนั้นก่อนใช้ยาจะต้องเขย่าขวดก่อน สังเกตฉลากยาข้างขวด จะมีคำว่า “เขย่าขวดก่อนใช้” ส่วนยาที่ใช้ภายนอกก็ปฏิบัติเช่นเดียวกัน

แนะนำการกินยาแขวนตะกอน

เขย่าขวดก่อนกินเสมอ ถ้าเป็นยาที่มีตะกอนหรือแขวนตะกอน เช่น ยาลดกรดที่ระบุไว้ว่าให้กินก่อนอาหาร หมายถึง ให้กินยาก่อนกินอาหาร 1 ชั่วโมง ถ้าลืมกินก่อนอาหารให้กินหลังอาหาร 2 ชั่วโมง ยาจะมีประสิทธิภาพมาก เพราะเป็นช่วงที่ท้องว่างและจะช่วยในกรณีผู้ป่วยกินยามากกว่า 1 ชนิด ซึ่งยาอาจทำปฏิกิริยาต่อกันและลดการดูดซึมยาอื่นที่กินร่วมกันได้

ทำไมยาบางชนิด ต้องเคี้ยวก่อนกลืน

มียาบางชนิดที่ให้เคี้ยวก่อนแล้วกลืนพร้อมน้ำ เช่น ยาลดกรด ยาขับลม เพื่อให้ยาที่ถูกเคี้ยวละลายน้ำได้ดี และยากระจายตัวได้ทั่วถึง ทำให้ผลการรักษาดีที่สุด

ยาแก้ปวดต่างๆ ยาปวดข้อ กินขณะท้องว่างได้หรือไม่

ยาแก้ปวดต่าง ๆ ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ ห้ามกินในขณะท้องว่าง เพราะอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องหรือกระเพาะอาหารเป็นแผล ต้องกินหลังอาหารทันที แต่บางครั้งผู้ป่วยกินอาหารไม่ได้ ขอให้ดื่มน้ำตามยาไปมาก ๆ หรืออาจดื่มนม น้ำข้าวต้มก่อนกินยาพวกนี้ จะช่วยลดอาการระคายเคืองของกระเพาะอาหารได้

ยาแก้หวัด แก้แพ้ มีข้อควรระวังในการกินอย่างไร

ยาแก้หวัด แก้แพ้ มีฤทธิ์ข้างเคียง คือ ทำให้ง่วง ไม่ควรขับรถ หรือทำงานที่เกี่ยวกับเครื่องจักรจะทำให้เกิดอันตรายได้ รวมทั้งยาป้องกันเมารถ เมาเรือด้วย

นอกจากยาแก้หวัด แก้แพ้ มียาใดที่ต้องระวังในการกินอีกหรือไม่

มียาจำพวกระงับประสาทหรือยานอนหลับ ซึ่งมีข้อควรระวังเช่นเดียวกัน เพราะในบางครั้งผู้ป่วยกินยานี้ดึกมากเกินไป บางทีตื่นขึ้นมาฤทธิ์ยายังไม่หมด ทำให้เกิดอาการมึนงง อาจมีความง่วงเหลืออยู่ จึงต้องระวังเวลาที่ขับรถหรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร แต่ไม่ว่าจะกินยาประเภทใด ไม่ควรกินพร้อมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาดองต่างๆ เพราะแอลกอฮอล์จะไปเสริมฤทธิ์ของยาทำให้เป็นอันตรายได้

การใช้ยาภายนอกมีข้อควรปฏิบัติอย่างไร

ยาผิวหนัง อาจเป็นน้ำ ครีม ผง หรือขี้ผึ้ง ก่อนใช้ยาประเภทนี้ ต้องให้บริเวณผิวหนังที่จะทายาสะอาดเสียก่อน จึงทาหรือโรยยาลงไป ส่วนยาครีม ขี้ผึ้งให้ทาบาง ๆ การที่ทาหนา ๆ ไม่ทำให้เกิดประโยชน์ หรือแผลหายเร็วขึ้น ซ้ำเป็นการสิ้นเปลืองเสียอีก

ที่มา : ASTV ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 20 พฤษภาคม 2553

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

« 9793
หากท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ท่านจำเป็นต้องป้อนตัวอักษรของ Anti-spam word ในช่องข้างบนให้ถูกต้อง
The content of this field is kept private and will not be shown publicly. This mail use for contact via email when someone want to contact you.
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ : เนื่องจากได้มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการขึ้นบรรทัดใหม่ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง

เมนูหลัก

วิทยุเสียงผู้บริโภค
วิทยุเสียงผู้บริโภค



สถานีวิทยุ มอ. 88

On Air

อัลบั้มภาพกิจกรรม

ดูทั้งหมด »

Member Zone

Hots Issue

speedtest.or.th