popzaa popzaa โชติมา สมัครพงศ์ โครงการบริโภคเพื่อชีวิต สงขลา

ความรู้เล็กๆ น้อยๆ ช่วยผู้บริโภค

อันตราย....โรคจากการทำงาน

น้ำบ่อน้อย

by popzaa @February,25 2010 15.21 ( IP : 113...219 )

ใครเคยมีพฤติกรรมแบบนี้บ้าง

  นั่งนานๆ  ไม่ขยับไปไหนเป็นเวลานาน  หรือขับรถเป็นระยะทางไกล ๆ  หรือเครียดโดยไม่รู้ตัว พฤติกรรมแบบนี้จะนำมาสู่อาการปวดคอ  ปวดหัวไหล่บริเวณต้นคอ  ปวดปีกไก่(ต้องนวดตรงกลางแผ่น) ถ้าพยายามหมุนคอให้ครบ 360 องศา ได้ยินเสียงดังกึกแล้วรู้สึกชาไปทั้งตัว  หรือตัวชาบ่อยๆ

อาการพวกนี้ถ้าเกิดขึ้นกับคุณต้องรีบที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองเสียใหม่  เพราะอาการที่คุณเป็นนั้นบ่งบอกถึงสิ่งที่จะตามมาคืออาการปวดท้ายทอย  มึนหัว  หรือไม่อาจจะปวดขมับเหมือนปวดมายเกรนด์  มันเป็นอาการของผังผืดที่เริ่มจะยึดเกาะติดจากบริเวณจักแร้  ลามมาถึงบริเวณบ่า  ถ้าใครลองจับหรือกดดูรู้สึกเหมือนเป็นก้อนหรือแผ่นแข็ง ๆ หนา ๆ ละก้อ  ใช่เลย  อาการพวกนี้จะเป็นอยู่ประมาณ ปี หรือ 2 ปี  กว่าที่จะแสดงอาการปวดท้ายทอย  ต้นคอ หรือปวดขมับ นั้นแสดงว่าเริ่มเป็นลามขึ้นมาถึงลำคอ  แล้วถ้าเรายังไม่เปลี่ยนพฤติกรรมหรือยังคงนั่งทำงานแบบนี้ไปอีกเรื่อย ๆ โดยที่ไม่รักษาก่อน  มันจะกลายเป็นโรคเรื้อรัง

ถ้าถามว่าทำไมรู้เรื่องดีจัง  ก็เพราะฉันก็เป็นคนหนึ่งที่เป็นผังผืัดและเริ่มจะจับที่ลำคอ  ซึ่งมีอาการปวดเสมอที่นั่งพิมพ์งานหน้าคอมพิวเตอร์  หรือขับรถยนต์ในระยะทางไกล

ถามว่าแล้วทางแก้ล่ะ  ถ้าเราเลือกไปหาหมอแผนปัจจุบัน  หมอก็จะบอกให้ผ่าเอาผังผืดออก  ซึ่งเราไม่แน่ใจว่ามันจะเป็นอันตรายกับเส้นประสาทอย่างอื่นที่อยู่ไกล้ ๆ หรือไม่  แต่ถ้าเลือกไปแผนโบราณคือ หมอพื้นบ้านและหมอนวด  ก็จะแนะนำสมุนไพรประคบ  และนวดจับเส้นในช่วงแรกอาทิตย์ละ 1 ครั้ง  เราต้องทนกับความเจ็บ  และความรู้สึกสบายไปพร้อม ๆ กัน

ฉันเลือกที่จะรักษาโดยหมอพื้นบ้าน  เพราะไม่ต้องกินยาหรือใช้เครื่องมืออะไรที่จะต้องทำให้ร่างกายเจ็บตัว หรือมีแผล  แต่ต้องอาศัยความอดทน  เมื่อมีอาการก็ต้องไปนวดเพื่อรักษา  พร้อมกันฉันก็อาศัยการออกกำลังกายเฉพาะท่า

ตื่นเช้ามา  แกว่งมือจากด้านหน้าไปด้านหลังประมาณ 500 ครั้ง  ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง  หรือเวลาปวดก็หมุนคอ  และออกห่างจากคอมพิวเตอร์สักพัก  แล้วค่อยกลับมาใหม่  หรือนวดให้ตัวเอง

ใครที่ยังไม่มีอาการแบบนี้ก็พยายามที่จะหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่มีความเสี่ยง  แต่ถ้าใครเริ่มมีอาการ ก็ต้องรีบเปลี่ยนพฤติกรรมให้เร็ว เพราะใครที่เป็นโรคแบบนี้จะไม่แสดงอาการให้คนอื่นได้รู้ด้วยตาเปล่า  แต่ตัวเราเองจะรู้ดีว่ามันเจ็บปวดแค่ไหน


ฝากมาด้วยความหวังดี

น้ำบ่อน้อย

Comment #1
N.Philaphant
Posted @March,28 2010 21.14 ip : 180...67

ขอบคุณค่ะได้อ่านคอลัมน์นี้รู้สึกดีมาก ๆ ดิฉันคนนึงที่เป็นอาการแบบนี้อากาเริ่มแรกระคายเคืองที่ต้นคอ สะบัดคอก็รู้สึกดี ตั้งแต่ตอนอายุ 20 ปีค่ะ ตอนนี้อายุ 25ปี อาการเหล่านี้ไม่หายไปไหนเลยและมันก็เริ่มปวดอย่างอาการที่คุณเล่ามา ตอนนี้ไม่รู้จะทำยังไงดี ปวดมาก ๆ ไปหาหมอที่โรงพยาบาลเกษมราษฏร์มาหมอไม่ได้ช่วยอะไรเลย เราอยากรักษาให้หายมากอยากไปผ่าตัดแต่กลัวมาก

Comment #2
Posted @July,09 2010 14.05 ip : 113...246

เป็นกำลังใจให้คะและพยายามรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นมาให้คะ

      โรค Cumulative Trauma Disorders (ความผิดปกติจากอุบัติภัยสะสม) อาการของโรคจะค่อยเป็นค่อยไป จะมีอาการปวดคอ ไหล่ ข้อมือ และหลัง ผู้ที่เป็นมาก ๆ อาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น อาการชาที่มือ อาการของโรคพวกนี้แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ระยะแรกเป็นแล้วหายเมื่อได้พัก ระยะสองคือ มีอาการต่อเนื่องถึงกลางคืน และหายเมื่อได้พัก ระยะสามคือ เป็นตลอดเวลาไม่หายเมื่อได้พัก การรักษาคือ ต้องปรับพฤติกรรมการทำงานของตนเองก่อน หรือถ้าเป็นมากควรปรึกษาแพทย์ และควรเล่าประวัติการทำงาน ให้แพทย์ทราบสาเหตุที่แท้จริง แพทย์จึงจะรักษาเจาะจงเฉพาะที่ได้

      โรคนี้มีความคล้ายกับ โรคจากการทำงานซ้ำซาก ซึ่งนักกายภาพบำบัดอธิบายว่า พบมากในผู้ที่ทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์ตลอดทั้งวัน มักจะมีอาการชาข้อมือ หรือที่เรียกว่า กลุ่มอาการอุโมงค์ข้อมือ (Carpal Tunnel Syndrome) เกิดเนื่องจากการใช้งานซ้ำ ๆ ที่บริเวณข้อมือ ทำให้เอ็นรอบ ๆ ข้อมือหนาตัวขึ้นแล้วไปกดเส้นประสาทที่วิ่งผ่าน ทำให้เกิดอาการชาและเจ็บได้ ซึ่งการรักษานอกจากทางกายภาพ โดยใช้ความร้อนทำให้บริเวณที่จับหนาตัวขึ้นนิ่มลงและยืดมันออก ทำให้อุโมงค์ที่เส้นประสาทลอดผ่านขยายตัวได้ แต่ถ้าผู้ที่เป็นมาก ๆ จะมีอาการชาจนกระทั่งกล้ามเนื้ออ่อนแรงลงไป การผ่าตัดคือ วิธีรักษาที่ดีที่สุด

    ท่าการบริหารร่างกาย

ท่าที่ 1 ฝึกหายใจเข้าออกโดยสูดลมหายใจเข้าทางจมูกลึกๆ ช้าๆ แล้วผ่อนออกทางปากช้าๆ คล้ายการเป่าเทียน

ท่าที่ 2 เอียงศีรษะไปหาไหล่ซ้ายและขวาจนรู้สึกตึงแล้วค้างไว้สักครู่

ท่าที่ 3 หมุนไหล่เป็นวงกลมทั้ง 2 ข้าง

ท่าที่ 4 หมุนข้อเท่าเป็นวงกลมทั้ง 2 ข้าง

ท่าที่ 5 นั่งหลังตรง ฝึกหดคอพร้อมเก็บคางเกร็งไว้สักพักหนึ่ง

ท่าที่ 6 ก้มศรีษะไปที่เข่าในท่านั่งใช้มือ 2 ข้างช่วยคลึงกล้ามเนื้อหลังเบาๆ

ท่าที่ 7 ยืนขึ้น มือ 2 ข้างท้าวเอวในท่ายืนแอ่นหลังช้าๆ อย่าให้ปวด

ท่าที่ 8 ยืนพิงกำแพง ปลายเท้าห่างกำแพงเล็กน้อย สไสด์ตัวลงโดยงอเข่าเล็กน้อยและยืดตัวขึ้น

        ปัญหาสุขภาพที่เกิดจากการทำงานในท่าทางไม่เหมาะสมเป็นสาเหตุของความเมื่อยล้าและอาการเจ็บปวดเฉพาะที่และหากต้องทำงานด้วยท่าทางซ้ำๆทุกวันเป็นระยะเวลานานอาจเกิดอาการเจ็บปวดถาวร และความเสื่อมของข้อต่อเอ็น และกล้ามเนื้อได้ วิธีที่ดีที่สุดคือ การป้องกันสาเหตุ คือ การจัดท่าทางที่เหมาะสมกับลักษณะการทำงาน ดังนี้

ท่ายืนที่ถูกต้อง คือ แขม่วท้องอกผายไหล่ผึ่ง ถ้าต้องยืนเป็นเวลานานควรมีที่พักเท้า การยืนห่อไหล่ พุงยื่น ทำให้หลังแอ่นปวดหลังได้
ท่านั่งที่ถูกต้อง หลังตรงพิงพนักเก้าอี้พอดีเอนได้เล็กน้อย และควรมีที่พักแขน

ถ้าหมั่นออกกายบริหารและเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองก็จะพอเยียวยาได้คะ  นวดบ้างนะคะจะได้ดีขึ้นกับหมอนวดจับเส้นคะ

Comment #3
Posted @October,11 2010 15.12 ip : 1...224

วันนี้มารับเรื่อง ที่งานสมัชชาสุขภาพจังหวัดสงขลา  ประจำปี พ.ศ.๒๕๕๓ มีผู้คนที่เข้าร่วมงานให้ความสนใจในบูธของเรามากมาย  บ้างก็มารับเอกสารเพื่อจะนำไปประชาสัมพันธ์ต่อ  บ้างก็รับเอกสารเพราะสนใจ บ้างก็นำไปให้นักเรียนที่ตนสอนอยู่  บางคนก็พูดคุยในประเด็นที่สนใจ เช่น เสาสัญญาณมีผลกระทบต่อสุขภาพเราจริงหรือ

มีคุณป้าคนหนึ่งเข้ามาพูดคุยกับเราเรื่องการใช้อินเตอร์เน็ตในเด็ก  ผู้ใหญ่  คุณป้าบอกว่าหลานที่บ้านเล่นแต่อินเตอร์เน็ต  มันจะมีผลกระทบต่อการพัฒนาสมองหรือไม่  มันก็มีทั้งข้องดีและข้อเสีย  ข้อดีคือ  พัฒนาการทางสมองด้านความคิด  แต่อาจจะมีผลถ้าเด็กเล่นเน็ตในระยะเวลาที่นานติดต่อกันโดยไม่ได้หยุดพัก  เพราะจะทำให้เสียสายตา  สมองทำงานหนัก  และอาจจะทำให้เกิดการปวดเมื่อย  อาจจะกลายเป็นโรคนิ้วล็อคได้  ถ้าเราใช้ท่าเดิม ๆ เป็นเวลานานๆ

นอกจากนั้น  คุณป้ายังบอกว่าลูกสาวทำงานบริษัท  ต้องอยู่หน้าคอมฯ ตลอดเวลา มีอาการปวดเมื่อยที่บ่า  ไปหาหมอ  ก็ได้ยากลับมาพร้อมกับคำแนะนำให้ไปหาหมอนวดเพื่อคลายเส้น  แต่ก็ไม่หาย  ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะการใช้คอมพิวเตอร์มากหรือป่าว

เรื่องนี้เราคุยกันในบล็อคแล้ว  เค้าเรียกว่า  "โรคจากการทำงาน"  มีหลายคนที่ต้องเจอกับการถูกคุกคามสุขภาพจากการใช้เทคโนโลยีโดยไม่ได้ทราบเลยว่าผลกระทบของมันจะใหญ่หลวงมาก

ถ้าใครเจอหรือประสบปัญหาแบบนี้  เข้ามาเล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ  เพื่อความสบายใจ  และขอเป็นกำลังใจให้คะ ที่เหนือสิ่งอื่นใด  เราต้องรักตัวเอง  ออกกำลังกายบ่อย ๆ และอย่าอยู่ในท่าเดิม ๆ เป็นเวลานาน ๆ นะคะ

สู้สู้  คะ

แสดงความคิดเห็น

« 7561
หากท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ท่านจำเป็นต้องป้อนตัวอักษรของ Anti-spam word ในช่องข้างบนให้ถูกต้อง
The content of this field is kept private and will not be shown publicly. This mail use for contact via email when someone want to contact you.
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง

เมนูหลัก

อัลบั้มภาพกิจกรรม

ดูทั้งหมด »

Member Zone

สมัครสมาชิก · ลืมรหัสผ่าน